
Ripple เผยมีถึง 8 ประเทศในแอฟริกาที่กำลังเร่งผลักดันกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม นำทัพโดยแอฟริกาใต้ ไนจีเรีย และเคนยา นำร่องจัดระเบียบ มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน มี “Stablecoin” เป็นพระเอก
รายงานจาก Ripple บริษัทผู้พัฒนาโซลูชันการชำระเงินผ่านบล็อกเชน เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 เมษายน ชี้ให้เห็นว่าทวีปแอฟริกากำลังตื่นตัวเรื่องการจัดระเบียบกฎหมายคริปโทฯ เพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัล โดยแต่ละประเทศมีแนวทางที่แตกต่างกันไปดังนี้
“แอฟริกาใต้” ถือเป็นชาติที่ก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาค โดยจัดให้คริปโทฯ เป็นเครื่องมือทางการเงินอย่างเป็นทางการ และบังคับให้ผู้ให้บริการต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล (FSCA และ FIC)
“เคนยา” เดินหน้าร่างกรอบกฎหมายสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน โดยแบ่งความรับผิดชอบการดูแลระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินและตลาดทุน
“มอริเชียส” ขยายขอบเขตการให้ใบอนุญาต และสร้างความชัดเจนทางกฎหมายสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหรียญ Stablecoin โดยเฉพาะ
“ไนจีเรีย” เปลี่ยนท่าทีมาสู่การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กรอบกฎหมายหลักทรัพย์ ผ่อนคลายข้อจำกัดทางธนาคาร และเปิดพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม
คลื่นลูกใหม่เตรียมตบเท้าเข้าสู่ระบบ
นอกจากประเทศผู้นำแล้ว ยังมีอีกกลุ่มประเทศที่กำลังเร่งสร้างความชัดเจนทางกฎหมายเช่นกัน ได้แก่ กานา บอตสวานา นามิเบีย และเซเชลส์ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการร่างกฎหมาย ระบุขั้นตอนการขอใบอนุญาต และกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎกติกา
Ripple ระบุว่า ปัจจุบันมีประมาณ 8 ประเทศในแอฟริกาที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายคริปโทฯ ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแล้ว และยังมีอีกหลายประเทศ เช่น เอธิโอเปีย โมร็อกโก รวันดา แทนซาเนีย และยูกันดา ที่กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาและศึกษาความเหมาะสมของนโยบายให้เข้ากับระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น
Stablecoin คือกุญแจสำคัญปลดล็อกข้อจำกัด
เหตุผลที่แอฟริการับเอาคริปโทฯ มาใช้ได้อย่างแพร่หลายและรวดเร็ว เกิดจาก “ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน” เป็นหลัก เนื่องจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิมยังมีช่องโหว่และเข้าไม่ถึงคนส่วนใหญ่
การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนหรือการโอนเงินกลับประเทศ (Remittance) มีต้นทุนที่สูงมาก คริปโทฯ โดยเฉพาะ Stablecoin จึงกลายมาเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของการชำระเงินเชิงพาณิชย์และการจัดการสภาพคล่อง โดยต่อยอดจากความสำเร็จของระบบชำระเงินผ่านมือถือที่ชาวแอฟริกันคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
ทิศทางต่อจากนี้ หากกฎหมายมีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น จะยิ่งดึงดูดให้สถาบันการเงินกระโดดเข้ามาให้บริการ เช่น บริการรับฝากสินทรัพย์ (Custody) ซึ่งจะเปลี่ยนแอฟริกาให้กลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มา : news.bitcoin

Digital Asset News Editor, efinanceThai