
Adam Back ซีอีโอ Blockstream และผู้บุกเบิกวงการคริปโท ระบุว่า Bitcoin ควรเริ่มพัฒนาระบบเพื่อต้าน Quantum ตั้งแต่ตอนนี้ แม้ภัยคุกคามยังอาจต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษ
ภายในงาน Paris Blockchain Week ซีอีโอของ Blockstream อย่าง Adam Back กล่าวว่า แม้ในปัจจุบันเทคโนโลยีควอนตัมจะยังอยู่ในช่วงทดลองและพัฒนา แต่ “การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด”
Back ระบุว่า Bitcoin ควรเตรียมพร้อม โดยทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือการพัฒนาอัปเกรดแบบต้านควอนตัมรอไว้ก่อน แต่หากเกิดเหตุจำเป็นจะต้องสามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบเข้ารหัสต้านควอนตัมได้ทันที
ความกังวลว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจเจาะรหัสบล็อกเชนได้ในอนาคต กำลังสร้างแรงกดดันต่อทั้งอุตสาหกรรม เนื่องจากอาจถูกใช้แฮ็กกระเป๋าคริปโท และก่อความปั่นป่วนในตลาด
แม้ก่อนหน้านี้ Back จะประเมินว่า Quantum อาจต้องใช้เวลาอีก 20–40 ปี แต่ล่าสุดงานวิจัยจาก Google และ Caltech ชี้ว่าเทคโนโลยีอาจพัฒนาเร็วขึ้น และอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการถอดรหัสระบบของ Bitcoin
ด้านบริษัท Blockstream ของเขาก็ได้ตั้งทีมวิจัยเฉพาะทางของควอนตัมและภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น และเริ่มทดลองใช้ hash-based signatures บนเครือข่าย Layer-2 อย่าง Liquid แล้ว
ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา นักวิจัยจาก Google และ Caltech ระบุว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจพัฒนาได้เร็วกว่าคาด และใช้พลังประมวลผลน้อยลงในการถอดรหัส
Google ยังชี้อีกว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจสามารถเจาะระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ภายในไม่กี่นาที เปิดช่องให้เกิดการโจมตีแบบ “on-spend”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงความเสี่ยงนี้ Adam Back มองว่า หากภัยมาถึงเร็วกว่าคาด นักพัฒนา Bitcoin จะ “ตอบสนองอย่างรวดเร็ว”
“เราเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน บั๊กสามารถถูกตรวจพบและแก้ไขได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เมื่อสถานการณ์เร่งด่วน ก็จะเร่งให้เกิดฉันทามติได้รวดเร็ว” Back กล่าว
ทั้งนี้ Jameson Lopp นักพัฒนา Bitcoin พร้อมนักวิจัยด้านความปลอดภัยอีก 5 ราย เสนอแนวคิด “แช่แข็ง” Bitcoin ที่มีความเสี่ยงต่อควอนตัมรวมถึงเหรียญของ Satoshi ที่มีมูลค่ากว่า 81,900 ล้านดอลลาร์ ด้วย เพื่อป้องกันการถูกแฮ็กในอนาคต
ข้อเสนอดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักจากชุมชน Bitcoin โดย Mark Erhardt นักพัฒนาและนักวิจัย ระบุว่าเป็นแนวทางที่ “เผด็จการและเทียบเท่าการยึดทรัพย์”
ขณะที่ Phil Geiger จาก Metaplanet กล่าวว่า “เราต้องขโมยเงินของผู้ใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เงินของพวกเขาถูกขโมย”
ที่มา : cointelegraph

Digital Asset Reporter, efinanceThai