
Bitcoin กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญ 78,000 ดอลลาร์ หากผ่านได้มีลุ้นพุ่งแตะ 80,000 ดอลลาร์ ภาพรวมตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและอัลต์คอยน์ฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์ความเชื่อมั่นนักลงทุนหลังสหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิงในอิหร่าน
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยบิตคอยน์ (BTC) กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อทะลุระดับราคา 78,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมกราคมแต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านไปได้
การปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากบรรยากาศการลงทุนภาพรวมที่สดใสขึ้น ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศขยายเวลาการหยุดยิงในอิหร่าน โดยเขาระบุว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะที่ “แตกร้าวอย่างหนัก” ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ทั้งตลาดหุ้นดั้งเดิม (ดัชนี Nasdaq 100 และ S&P 500) และตลาดคริปโทฯ ปรับตัวสูงขึ้น
สถานการณ์ของบิตคอยน์ในขณะนี้ถือว่าน่าจับตามองอย่างมาก หากราคาสามารถทะลุ 78,000 ดอลลาร์ไปได้ อาจสร้างแรงส่งให้ราคาพุ่งไปถึง 80,000 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก สาเหตุเพราะจะเกิดการบังคับปิดสถานะหรือล้างพอร์ต (Liquidations) ของนักลงทุนที่เดิมพันในฝั่งขาลง (Short positions) ซึ่งมีมูลค่ารวมรออยู่กว่า 180 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถไปต่อได้และร่วงลงต่ำกว่า 77,300 ดอลลาร์ นักลงทุนที่เดิมพันฝั่งขาขึ้น (Long positions) ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกล้างพอร์ตมูลค่า 71 ล้านดอลลาร์เช่นเดียวกัน ทำให้ช่วงนี้เป็นภาวะการซื้อขายที่ต้องระมัดระวังตัวสูงจากทั้งสองฝั่ง
การที่บิตคอยน์พุ่งขึ้นมาทดสอบแนวต้านในครั้งนี้ ทำให้นักลงทุนฝั่งขาลงตั้งตัวไม่ทันและถูกบังคับปิดสถานะไปแล้วกว่า 286 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่งขาขึ้นสูญเสียไปเพียง 132 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ข้อมูลจากตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ยังบ่งชี้ว่ามีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนภาพรวมว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมองว่าตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก
ในส่วนของเหรียญทางเลือกอื่นๆ หรือ อัลต์คอยน์ ก็ปรับตัวขึ้นรับข่าวดีนี้เช่นกัน นำโดยกลุ่มเหรียญมีมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.4% เหรียญยอดฮิตอย่าง TRUMP และ DOGE บวกเพิ่มขึ้น 6% และ 3.8% ตามลำดับ ที่สร้างความฮือฮาคือ มีนักลงทุนรายหนึ่งสามารถทำกำไรจากเหรียญเปิดตัวใหม่อย่าง ASTEROID โดยเปลี่ยนเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 575 ดอลลาร์ ให้กลายเป็นเงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ในฝั่งของแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) อย่าง Aave ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยความต้องการกู้ยืมเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDC ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จนทำให้อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนพุ่งแตะระดับ 15% ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2024 สาเหตุหลักมาจากนักลงทุนต้องการสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่แพลตฟอร์ม KelpDAO ถูกเจาะระบบและสูญเงินไปกว่า 290 ล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่มา: coindesk

Digital Asset News Editor, efinanceThai