
ตลาดคริปโทกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์อาจเริ่มสั่นคลอน
ณ ขณะที่รายงาน Bitcoin ปรับตัวลงราว 2% อยู่ที่ 71,700 ดอลลาร์ หลังจากที่ช่วงเช้ามืดวันนี้พุ่งขึ้นไปแตะ 73,700 ดอลลาร์ พาให้เหรียญอื่น ๆ อย่าง Ethereum, Solana ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ลงมาที่ 2,200 ดอลลาร์ และ 82 ดอลลาร์ ตามลำดับ
ต้นตอของแรงขายรอบนี้มาจากคำแถลงของ J.D. Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่า คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ได้เดินทางออกจากปากีสถานแล้ว หลังการหารือกับอิหร่านนานกว่า 21 ชั่วโมง และไม่สามารถหาข้อสรุปได้
Vance ระบุว่า สหรัฐฯ ได้แสดง “เส้นแดง” ของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่อิหร่านต้องให้คำมั่นว่าจะ ไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่หาเครื่องมือที่เอื้อให้สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเจรจาครั้งนี้
“เรายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และผมคิดว่านี่เป็นข่าวร้ายต่ออิหร่านมากกว่าสหรัฐฯ” Vance กล่าว
ด้าน Esmaeil Baqaei โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาหารือในการเจรจาครั้งนี้มีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ช่องแคบฮอร์มุซ, โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน, การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร, ค่าชดเชยจากสงคราม ตลอดจนการยุติความขัดแย้งในภูมิภาคโดยรวม
การประชุมดังกล่าวถือเป็น การพบกันโดยตรงครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และเป็นการหารือระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 จึงถูกจับตามองอย่างมากว่าอาจจะเป็นโอกาสสำคัญที่จะลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานราว 20% ของโลก ขณะที่ความขัดแย้งที่ผ่านมาได้ดันราคาน้ำมันพุ่งและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก

Digital Asset Reporter, efinanceThai