
บิตคอยน์ ร่วงลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับประมาณ 72,300 ดอลลาร์ ก่อนไหลลงสู่พื้นที่ 71,000 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันจาก 2 ปัจจัยใหญ่ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และตัวเลข PPI สหรัฐฯ ที่ออกมาร้อนแรงเกินคาด
แรงขายเริ่มก่อตัวหลังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่าน โดยเฉพาะแหล่งก๊าซ South Pars รวมถึงความเคลื่อนไหวทางทหารในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังออกมาใช้ท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ยิ่งเพิ่มความกังวลให้ตลาด
ผลจากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งจากราว 92 ดอลลาร์ ขึ้นเกือบแตะ 96 ดอลลาร์ในเวลาอันสั้น ก่อนที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯ จะออกมาสูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 0.7% เทียบกับคาดการณ์ที่ 0.3% และสูงขึ้นจาก 0.5% ในเดือนมกราคม สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย
ข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าวยิ่งทำให้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง คริปโทเคอร์เรนซีเผชิญแรงขายก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ
ในภาพรวม Bitcoin ปรับตัวลดลงราว 2% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ether, Solana และ XRP ปรับตัวลงใกล้ 3% ด้านตลาดการเงินดั้งเดิมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ พลิกจากบวกเป็นลบ และราคาทองคำร่วงลงกว่า 2.5%
ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาการประชุม Fed (ตี 1 ตามเวลาไทย) โดยแม้ตลาดคาดว่าจะ “คงดอกเบี้ย” แต่ท่าทีของ Jerome Powell จะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญของตลาด หลังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่จบ
ที่มา : Coindesk

Digital Asset News Editor, efinanceThai