
ราคา Bitcoin พุ่งจ่อทะลุ 75,000 ดอลลาร์ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซจากเหตุตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน กระตุกต่อม Short Squeeze ขาชอร์ตเจ็บหนัก
ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขยับจากจุดต่ำสุดของวันในช่วงเช้าที่ 70,741 ดอลลาร์สหรัฐ ทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับกว่า 74,900 ดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ราคาพุ่งแรงกะทันหัน มาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก หลังจากที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลวลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข่าวความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางหันมาถือครองบิตคอยน์และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยง
การที่ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “Short Squeeze” หรือการที่กลุ่มนักลงทุนที่เคยเก็งกำไรว่าราคาจะตก (นักลงทุนฝั่งชอร์ต) ถูกบังคับให้ต้องรีบซื้อเหรียญคืนเพื่อปิดสถานะ ขาดทุนและถูกล้างพอร์ตไปเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
การขยับขึ้นของราคาในครั้งนี้เป็นการทดสอบกรอบราคาสูงสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งบิตคอยน์แกว่งตัวอยู่ในช่วง 65,000 ถึง 75,000 ดอลลาร์สหรัฐมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่เคยทำสถิติราคาสูงสุดตลอดกาล ไว้ที่กว่า 126,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนตุลาคม 2568
นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อจากสถาบันการเงินคอยพยุงราคาเอาไว้ ผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่มีเม็ดเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่องในเดือนมีนาคมและเมษายน รวมถึงบริษัท Strategy ก็เพิ่งกว้านซื้อเพิ่มอีก 13,927 BTC ในสัปดาห์นี้ ทำให้ยอดถือครองรวมทะลุ 780,897 BTC
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจระดับมหภาคก็ยังทำให้สถานการณ์มีความผันผวน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปตอกย้ำความกังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยออกไป
ทั้งนี้ ยังมีความเสี่ยงในระยะสั้นจากแรงเทขายเพื่อนำเงินสดไปเสียภาษี ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 15 เมษายนนี้ ซึ่งอาจทำให้ความต้องการซื้อบิตคอยน์ในตลาดลดลงชั่วคราว รวมถึงต้องจับตาความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นในภาพรวมอาจถูกเทขายหนักจากผลกระทบจากสงคราม หากราคาบิตคอยน์ไม่สามารถยืนระยะเหนือแนวรับที่ 72,000 ถึง 73,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ ก็อาจถูกดึงกลับลงมาที่ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะนี้ นักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างจับตาดูว่าบิตคอยน์จะสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่มีแรงเทขายรออยู่หนาแน่นที่ระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐไปได้หรือไม่ หากสามารถฝ่าไปได้ด้วยปริมาณการซื้อขายที่มากพอ ก็มีโอกาสสูงที่ราคาจะพุ่งไปถึงระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โดยนักวิเคราะห์ได้ประเมินเป้าหมายราคาในช่วงปลายปี 2569 ไว้ที่ระดับ 75,000 ดอลลาร์ในกรณีพื้นฐาน ไปจนถึงระดับบวก 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในมุมมองเชิงบวกหากสถานการณ์เงินเฟ้อและเศรษฐกิจภาพรวมฟื้นตัว
ที่มา : news.bitcoin

Digital Asset News Editor, efinanceThai