
บิตคอยน์ปิดไตรมาสแรกแบบสะดุด ร่วงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง ท่ามกลางแรงกดดันจากสงคราม เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนนโยบายการเงิน
“บิตคอยน์” ปิดไตรมาสแรกด้วยผลตอบแทนติดลบ 22% สะท้อนบรรยากาศ “ปิดรับความเสี่ยง” ของนักลงทุนทั่วโลก หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่าหนึ่งเดือน กดดันราคาน้ำมันให้พุ่งขึ้น และทำให้ทิศทางเงินเฟ้อรวมถึงนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดการณ์ได้ยากขึ้น
ข้อมูลจาก Coinglass ยังชี้ว่า นี่เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง หลังไตรมาส 4 ปีก่อนหน้าบิตคอยน์ก็ปรับตัวลงถึง 23% สะท้อนว่าแรงกดดันเชิงมหภาคยังคงครอบคลุมตลาดคริปโทฯ อย่างต่อเนื่อง
ในระยะสั้น ตลาดคริปโทฯ เริ่มมีแรงรีบาวด์เล็กน้อย โดยมูลค่าตลาดรวมขยับขึ้นมาอยู่แถว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 1–2% ในบางช่วง อย่างไรก็ตาม sentiment โดยรวมยังอยู่ในระดับ “extreme fear” บ่งชี้ว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อทิศทางตลาด
แรงหนุนหลักในช่วงนี้มาจากความหวังเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเปิดการเจรจาสันติภาพ รวมถึงความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐฯ ที่ช่วยเพิ่มความคาดหวังต่อความชัดเจนด้านกฎระเบียบ
ขณะเดียวกัน ฝั่งเงินทุนยังมีสัญญาณบวกจากการผลักดันให้เงินกองทุนเกษียณ 401(k) เข้าลงทุนในคริปโทฯ รวมถึงการสะสมบิตคอยน์ของบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยพยุงตลาดไม่ให้ปรับลงแรงกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงกดดันตลาดอยู่หลายด้าน โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือความก้าวหน้าของเทคโนโลยีควอนตัม หลังนักวิจัยจาก Google เตือนว่าในอนาคตอาจสามารถเจาะระบบของบิตคอยน์ได้ ทำให้ BTC ที่มี public key เปิดเผยราว 6.9 ล้านเหรียญตกอยู่ในความเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังมีแรงขายจากฝั่งรัฐที่เริ่มถูกจับตา หลังรัฐบาลภูฏานมีการโอนบิตคอยน์ออกจากคลังรวมกว่า 700 BTC มูลค่าประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ ผ่านกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Druk Holding & Investments แม้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ แต่ตลาดมองว่าเป็นการ “ทยอยปรับพอร์ตและล็อกกำไร” โดยอาศัยการขายผ่าน OTC เพื่อลดผลกระทบต่อราคา
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตลาดคริปโทฯ ในช่วงนี้ยังเคลื่อนไหวตามปัจจัยเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ หากมีพัฒนาการเชิงบวก เช่น การเจรจาสำเร็จหรือความชัดเจนนโยบายเพิ่มขึ้น ตลาดอาจฟื้นตัวได้เร็ว แต่หากความตึงเครียดยังคงยืดเยื้อก็มีโอกาสที่บิตคอยน์จะเผชิญแรงขายและการปรับฐานต่อเนื่องในระยะถัดไป

Digital Asset News Editor, efinanceThai