
บิตคอยน์พุ่งทะลุ 78,000 ดอลลาร์ในค่ำวันศุกร์ รับข่าวดีอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนร่วงกลับสู่ระดับ 76,000 ดอลลาร์ หลังมีคำสั่งปิดช่องแคบอีกครั้งในวันเสาร์ ส่งผลสาย Short ถูกล้างพอร์ตครั้งใหญ่รวมมูลค่ากว่า 762 ล้านดอลลาร์
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักราวกับรถไฟเหาะ โดยเมื่อช่วงปลายวันศุกร์ ราคาบิตคอยน์ได้พุ่งทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปแตะระดับ 78,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การเมืองโลกที่ดูเหมือนจะคลี่คลายลง หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงทันทีเกือบ 10%
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอิหร่านตกลงที่จะระงับโครงการนิวเคลียร์อย่างไม่มีกำหนดอีกด้วย
การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาบิตคอยน์ในครั้งนี้ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Short Squeeze” หรือสถานการณ์ที่นักลงทุนซึ่งเปิดสถานะเก็งกำไรขาลง ถูกบังคับให้ปิดสถานะและต้องซื้อเหรียญคืนอย่างฉุกเฉิน ส่งผลให้เกิดการ “ล้างพอร์ต” หรือพอร์ตแตกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปี 2026
โดยมีนักเทรดกว่า 168,336 รายได้รับผลกระทบ คิดเป็นมูลค่าการล้างพอร์ตรวมสูงถึง 762 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความเสียหายของฝั่งที่เก็งกำไรว่าราคาจะลง โดยเฉพาะในบิตคอยน์ที่มีการล้างพอร์ตสูงถึงประมาณ 381-382 ล้านดอลลาร์ และอีเธอเรียมอีก 167 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีอยู่ได้ไม่นานเพราะสถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยในช่วงเย็นวันเสาร์ (ตามเวลาเอเชีย) ราคาบิตคอยน์ได้ร่วงกลับลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 76,000 ดอลลาร์ หลังจากที่มีข่าวว่าอิหร่านได้สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือพาณิชย์ผ่านอีกครั้ง
เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันสองรายยืนยันกับ Bloomberg ว่าได้รับสัญญาณวิทยุจากอิหร่าน โดยมีรายงานว่ามีการยิงปืนและเรือหนึ่งลำต้องยกเลิกการเดินทาง เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำที่รีบมุ่งหน้าสู่ช่องแคบหลังข่าวเปิดเส้นทางในวันศุกร์ ก็ต้องหันหัวกลับ
สำนักข่าว Nour ของทางการอิหร่านระบุว่า การกลับมาควบคุมช่องแคบอย่างเข้มงวดโดยกองทัพนั้น เป็นการตอบโต้การที่สหรัฐฯ ปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่าน ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านก็ไม่เคยออกมายืนยันคำกล่าวอ้างของทรัมป์เรื่องการระงับโครงการนิวเคลียร์แต่อย่างใด
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบของตลาดในปัจจุบัน ที่อ่อนไหวต่อข่าวสารทางการเมืองอย่างรุนแรง โดยข่าวเชิงบวกเรื่องการยุติความขัดแย้งมักจะดันราคาให้พุ่งขึ้นทันที แต่พอมีข่าวลบพลิกโผ ราคาก็จะร่วงลงมาก่อนที่ทิศทางตลาดจะทันตั้งตัวได้อย่างมั่นคง
นักวิเคราะห์ชี้ว่าโซน 76,000-78,000 ดอลลาร์คือแนวต้านสำคัญที่หากบิตคอยน์สามารถปิดรายสัปดาห์เหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคง จะเปิดทางให้ราคามุ่งสู่จุดเปิดปีที่ 94,000 ดอลลาร์ และอาจไล่ตามสถิติสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์ได้
คำถามสำคัญในตอนนี้คือ โซนราคา 76,000 ดอลลาร์จะสามารถยืนระยะต่อไปได้จนถึงช่วงเปิดตลาดในวันจันทร์หรือไม่ ซึ่งหากสามารถปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือระดับ 76,000 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน ก็จะช่วยรักษาสัญญาณการทะลุผ่านแนวต้าน เอาไว้ได้ แม้ว่าปัจจัยเรื่องสันติภาพจะยังคงทำให้ตลาดผันผวนอย่างหนักก็ตาม
แต่หากราคาร่วงหลุดระดับดังกล่าว บิตคอยน์ก็จะกลับไปติดอยู่ในกรอบราคาเดิมที่เคยติดมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม เพียงแต่คราวนี้ กลุ่มนักลงทุนที่เก็งกำไรขาลง ซึ่งเพิ่งถูกล้างพอร์ตไปนั้น กำลังหาจังหวะที่จะกลับมาสร้างฐานเปิดสถานะใหม่อีกครั้ง
ที่มา : coindesk.com

Digital Asset News Editor, efinanceThai