
บิตคอยน์ ฟื้นตัวแตะระดับ 78,000 ดอลลาร์ รับข่าวขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน แต่นักวิเคราะห์เตือนเป็นเพียงการฟื้นตัวระยะสั้น ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งวิกฤตราคาน้ำมันที่จ่อ 100 ดอลลาร์ และทิศทางดอกเบี้ยเฟดที่ยังไม่ชัดเจน
รายงานล่าสุดจาก QCP Capital เผยราคาบิตคอยน์ (BTC) ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดช่วงข้ามคืนที่ระดับประมาณ 75,000 ดอลลาร์ กลับมาทดสอบระดับ 78,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแนวโน้มตลาดเป็นขาขึ้นอย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงความรู้สึก “โล่งอก” ของนักลงทุน สาเหตุหลักมาจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งช่วยปลดล็อกความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการยกระดับความรุนแรงของสงครามในระยะสั้น
แม้บรรยากาศโดยรวมจะดูผ่อนคลายลง แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เป็นปัญหาใหญ่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป และท่าทีของอิหร่านต่อการขยายเวลาหยุดยิงก็ยังคลุมเครือ
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงนี้ ทำให้ปัญหาเงินเฟ้อลากยาว และไปฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง ภาวะเศรษฐกิจมหภาคในขณะนี้จึงติดอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นั่นคือ เงินเฟ้อสูงจนไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ แต่เศรษฐกิจก็อ่อนแอเกินกว่าจะใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป
ในด้านนโยบายของสหรัฐฯ การแสดงวิสัยทัศน์ของ เควิน วอร์ช ได้ตอกย้ำถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แต่ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ถึงการผ่อนคลายนโยบายหรือการลดดอกเบี้ย เขาระบุว่า Fed จะตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลักมากกว่าจะให้คำมั่นหรือชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าแบบชัดเจน
เมื่อประกอบกับตัวเลขยอดค้าปลีกที่ออกมาดีและราคาน้ำมันที่ยังสูง ตลาดจึงไม่กล้าคาดหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ซึ่งความไม่แน่นอนของนโยบายนี้ได้กลายมาเป็นปัจจัยเสี่ยงเสียเอง
สำหรับทิศทางของตลาดคริปโทฯ แม้ราคาบิตคอยน์จะขยับขึ้น แต่ข้อมูลพบว่าตลาดยังคงมีการเปิดสถานะเก็งกำไรขาลง (Short) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อราคาปรับสูงขึ้น พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ตลาดมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “Short Squeeze” หรือการที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง จากการที่นักลงทุนฝั่งขาลงถูกบังคับให้ซื้อคืนเพื่อตัดขาดทุน แต่ก็ยังไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนทิศทางเป็นขาขึ้นอย่างถาวร
นอกจากนี้ ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) และออปชัน (Options) ยังสะท้อนว่านักลงทุนสถาบันรายใหญ่มองว่าราคาจะเพียงแค่แกว่งตัวออกข้าง (Consolidation) มากกว่าที่จะพุ่งทะยานเป็นเทรนด์ใหม่
บทสรุปของสถานการณ์ตอนนี้คือ ตลาดเพียงแค่ถอยห่างจากปากเหวของความตื่นตระหนกชั่วคราวเท่านั้น หากจะให้ตลาดคริปโทฯ และสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวอย่างแท้จริง ราคาน้ำมันจำเป็นต้องปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ มีความชัดเจนเรื่องการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หรือมีสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยที่ชัดเจนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงจากสงครามและเศรษฐกิจก็จะยังคงกดดันตลาดต่อไป
ที่มา : qcpgroup

Digital Asset News Editor, efinanceThai