
กัมพูชาเดินเกมแรง! ออกกฎหมายใหม่เล่นงาน “แก๊งหลอก คริปโทฯ” โทษหนักสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจแค่ย้ายฐาน ไม่ได้ทำให้ธุรกิจสีเทาหายไป
รัฐสภากัมพูชาผ่านร่างกฎหมายอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ กำหนดโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิตสำหรับหัวหน้าเครือข่ายสแกมขนาดใหญ่
กฎหมายฉบับนี้ออกมาในช่วงที่กัมพูชากำลังเร่งกวาดล้างฐานปฏิบัติการหลอกลวงให้หมดสิ้น เพื่อให้ทันกำหนดเส้นตายเดือนเมษายนที่ได้ตั้งไว้ ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลัง Interpol ประกาศยกระดับเครือข่ายฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหล่านี้ให้เป็นภัยคุกคามข้ามชาติระดับโลก
โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สมาชิกรัฐสภากัมพูชาทั้ง 112 คนที่เข้าร่วมประชุม ได้ลงมติโหวตผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเอกฉันท์ โดยขั้นตอนต่อไปคือการส่งให้วุฒิสภาพิจารณา ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายกษัตริย์นโรดม สีหมุนี เพื่อลงนามบังคับใช้ต่อไป
กฎหมายฉบับนี้กำหนดบทลงโทษตามลำดับชั้น เริ่มจากระดับ “ตัวการใหญ่” โทษจำคุก 15-30 ปี หรือสูงสุด “จำคุกตลอดชีวิต”หากการกระทำดังกล่าวนำไปสู่การเสียชีวิตของเหยื่อ
ระดับหัวหน้าขบวนการจำคุก 5–10 ปี หรือสูงสุด 20 ปี พร้อมค่าปรับ หากมีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง การค้ามนุษย์ หรือการบังคับใช้แรงงาน และระดับสแกมเมอร์ทั่วไป ต้องโทษจำคุก 2–5 ปี และถูกปรับสูงสุดถึง 125,000 ดอลลาร์
คริปโทฯ เส้นเลือดใหญ่ของเครือข่ายสแกม
เครือข่ายสแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น Pig Butchering (หลอกให้รัก/ให้ไว้ใจแล้วหลอกให้ลงทุน) หรือ Romance Scam (หลอกให้รักแล้วขอเงินตรงๆ) ต่างใช้คริปโทฯ เป็นเครื่องมือหลักในการโอนเงินข้ามพรมแดน และซุกซ่อนร่องรอยทางการเงินผ่านเครือข่าย OTC เครือข่ายเหล่านี้ดูดเงินจากเหยื่อทั่วโลกรวมกันปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์
อย่างกรณีของเครือข่าย Huione Group ในกัมพูชา ก็ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการฟอกเงินคริปโทฯ ผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ จนอดีตประธานบริษัทเพิ่งถูกจับกุมโดยทางการจีนในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์เตือนว่า การปราบปรามครั้งนี้อาจไม่ได้ทำลายเครือข่ายเหล่านี้ แต่เพียงแค่ผลักให้ย้ายฐานไปยังประเทศอื่น เนื่องจากโครงสร้างของแก๊งสแกมเมอร์สามารถเคลื่อนย้ายทั้งคน ระบบ และเงินได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
ที่มา : Decrypt

Digital Asset News Editor, efinanceThai