
Citi มองร่างกฎหมายจำกัดผลตอบแทน stablecoin อาจกระทบการเติบโตของ Circle ระยะสั้น แต่ไม่กระทบโมเดลธุรกิจ ขณะที่ตลาดอาจกังวลเกินจริงและผลกระทบหลักอาจตกกับผู้ให้ yield มากกว่า
ทีมนักวิเคราะห์จาก Citi นำโดย Peter Christiansen ระบุว่า ข้อเสนอให้จำกัดผลตอบแทนของ stablecoin ในร่างโครงสร้างตลาดคริปโท อาจเป็นเพียง “อุปสรรคต่อการเติบโต” แต่ไม่กระทบต่อโมเดลธุรกิจ Circle
“เรามองว่าพัฒนาการนี้อาจเป็นเพียงอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจ แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำลายธุรกิจของ Circle” Christiansen กล่าว
ร่างกฎหมายดังกล่าวเปิดให้มี “ผลตอบแทน” ได้ในบางกรณี ตราบใดที่ไม่เหมือนดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ส่วนการแบน reward จากผู้ให้บริการอื่น จะไม่กระทบรายได้หลักของ Circle มากนัก เพราะรายได้จากเงินสำรองถูกแบ่งให้พาร์ทเนอร์อย่าง Coinbase อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม Citi มองว่า แรงจูงใจในการถือ USDC อาจลดลงในระยะสั้น ซึ่งอาจกระทบปริมาณหมุนเวียน (circulation) และสภาพคล่องในตลาดรอง
ทั้งนี้ Citi ให้เรตติ้งหุ้น Circle อยู่ในระดับเสี่ยงสูงอยู่แล้ว พร้อมตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 243 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ราว 100 ดอลลาร์เท่านั้น
ด้านราคาหุ้นของ Circle ร่วงราว 20% หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act จุดกระแสกังวลว่าอาจแบนผลตอบแทนจาก stablecoin ด้วยการถือแบบเฉย ๆ
ขณะที่ Bernstein มองว่า ตลาด “ตีความเกินจริง” โดยชี้ว่า กฎหมายนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ “แจกผลตอบแทน” มากกว่า ไม่ใช่ผู้ออกเหรียญอย่าง Circle
Bernstein ระบุว่า Circle ไม่ได้จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือครองโดยตรง และสร้างรายได้จากดอกเบี้ยเงินสำรองของ USDC ซึ่งปี 2025 อยู่ที่ 2.64 พันล้านดอลลาร์
ร่างกฎหมายจะห้ามให้ผลตอบแทนจากนักลงทุนที่ถือเหรียญไว้แบบเฉย ๆ แต่ยังเปิดให้ reward ที่ผูกกับกิจกรรม เช่น การเทรดหรือการชำระเงิน ซึ่งอาจกระทบผลิตภัณฑ์ของ Coinbase มากกว่า
ทั้งนี้ การเติบโตของ USDC จาก 30,000 ล้านดอลลาร์ สู่ 80,000 ล้านดอลลาร์ใน 2 ปีที่ผ่านมา มาจากการใช้งานจริง เช่น การเทรด การชำระเงิน และการใช้เป็นหลักประกัน มากกว่าผลตอบแทน
นักวิเคราะห์ยังมองว่า Coinbase เองก็ยังไม่พอใจกับร่างกฎหมายฉบับล่าสุด และอยู่ระหว่างการเจรจากับภาครัฐอย่างระมัดระวัง
ที่มา : coindesk

Digital Asset Reporter, efinanceThai