
วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ รุมทึ้ง! CLARITY Act ยื่นแก้ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทกว่า 100 รายการ โค้งสุดท้ายก่อนเข้าพิจารณาในวันพรุ่งนี้ โดยประเด็นหลักยังวนอยู่ที่เรื่อง stablecoin, การคุ้มครองนักพัฒนา และข้อกำหนดด้านจริยธรรม
ตามรายงานของ Politico ระบุว่า วุฒิสมาชิกฝั่งเดโมแครตเสนอแก้ไขหลายสิบรายการ ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันเสนอปรับบางจุด แม้ยังไม่ชัดว่ารายละเอียดแต่ละข้อคืออะไร แต่หลายประเด็นเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการพยายามหาทางออกมาหลายเดือน
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะแบ่งบทบาทกำกับคริปโทของหน่วยงานสหรัฐฯ ให้ชัดขึ้น โดยสภาผู้แทนราษฎรเคยผ่านเวอร์ชันที่เรียกว่า CLARITY Act เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องผลตอบแทน stablecoin ยังคงเป็นจุดขัดแย้งใหญ่สุด หลังกลุ่มธนาคารและฝั่งคริปโทยังหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ แม้เจรจากันมาแล้วหลายเดือน
ร่างกฎหมายฉบับล่าสุดที่เผยแผร่ออกมา ระบุชัดว่า ห้ามแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม เช่น กระดานเทรดคริปโท เสนอผลตอบแทนบน stablecoin ในแบบที่คล้ายกับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอย่างการถือเหรียญไว้เฉย ๆ และได้ผลตอบแทน
แต่ Jack Reed และ Tina Smith วุฒิสมาชิกเดโมแครต เสนอแก้ถ้อยคำให้เข้มขึ้น โดยเปลี่ยนจากการทดสอบว่า “เทียบเท่า” ดอกเบี้ยหรือไม่ ไปเป็นการดูว่า “คล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญ” หรือไม่
อีกทั้ง ด้าน Chris Van Hollen วุฒิสมาชิกเดโมแครต ก็ต้องการเพิ่มบทบัญญัติด้านจริยธรรม โดยห้ามประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่ระดับสูง สมาชิกสภาคองเกรส และครอบครัว ถือครอง โปรโมต หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคริปโท
Catherine Cortez Masto วุฒิสมาชิกเดโมแครต ก็เสนอให้เพิ่มการคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผ่าน safe harbor ที่ช่วยลดความเสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการโอนเงิน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่กลุ่มคริปโทจำนวนมากสนับสนุน
ข้อเสนอให้แก้ไขอื่น ๆ ยังครอบคลุมประเด็นมาตรการคว่ำบาตร สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับคริปโท และข้อเสนอของ Andy Kim ที่ต้องการรื้อฟื้นหน่วย National Cryptocurrency Enforcement Team ของกระทรวงยุติธรรม หลังถูกยุบไปเมื่อเดือน เม.ย. ปีก่อน
แม้พรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการการธนาคารและวุฒิสภา แต่สมาชิกบางราย เช่น Thom Tillis เคยระบุว่า จะไม่สนับสนุนร่างกฎหมาย หากร่างยังไม่ตอบโจทย์เงื่อนไขหลักที่พวกเขาต้องการ
สุดท้าย แม้ร่างกฎหมายจะผ่านคณะกรรมาธิการได้ ก็ยังต้องอาศัยเสียงเดโมแครตบางส่วนในวุฒิสภา เพราะต้องได้เสียง 3 ใน 5 เพื่อปิดการอภิปรายและเดินหน้าสู่การผ่านเป็นกฎหมาย
ที่มา : cointelegraph

Digital Asset Reporter, efinanceThai