
Coinbase กระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซียักษ์ใหญ่ ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 14% หรือราว 660 ตำแหน่ง เหตุตลาดคริปโทฯ ซบเซา ผนวกกับการนำ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จับตา เทรนด์ธุรกิจคริปโทฯ แห่ปลดคนปรับโครงสร้างองค์กร
นาย Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase กระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีชื่อดังที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าบริษัทเตรียมปรับลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 14% ซึ่งคิดเป็นพนักงานราว 660 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 4,700 คน
Armstrong อธิบายว่า การตัดสินใจเลย์ออฟครั้งนี้เกิดจาก “สองแรงกดดัน” สำคัญที่เข้ามาพร้อมกันคือ วัฏจักรตลาดคริปโทฯ ขาลง จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างต้นทุน และการเข้ามาของ AI ที่เร่งประสิทธิภาพการทำงานอย่างก้าวกระโดด
ซีอีโอของ Coinbase ระบุว่าในช่วงปีที่ผ่านมา เขาได้เห็นทีมวิศวกรใช้ AI เข้ามาช่วยทำงาน ซึ่งสามารถร่นระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากที่เคยต้องใช้ทีมงานทำเป็นสัปดาห์ให้เสร็จได้ภายในไม่กี่วันและ workflow จำนวนมากกำลังถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ คือ “การไม่ลงมือทำอะไรเลย” บริษัทฯ จึงเลือกปรับตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสร้าง Coinbase ใหม่ให้เป็นองค์กรที่ lean รวดเร็ว และมี AI เป็นแกนกลาง
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ลดจำนวนพนักงานหรือควบคุมต้นทุน แต่คือการเปลี่ยนวิธีการทำงานทั้งระบบ โดยสร้าง Coinbase ให้เป็น “ระบบอัจฉริยะ” ที่มีมนุษย์คอยกำกับอยู่รอบนอก เป็นโครงสร้างองค์กรแบนลง ตัดสินใจเร็วขึ้น
ต่อไปนี้จะไม่มี “ผู้จัดการอย่างเดียว” อีกต่อไป ผู้นำทุกคนต้องเป็นทั้งผู้บริหารและผู้ลงมือทำต้องทำงานร่วมกับทีมเหมือน player-coach ไม่ใช่แค่สั่งการ
ลักษณะของทีมจะเป็นแบบ AI-native จะเน้นคนที่สามารถใช้ AI และบริหาร “กลุ่ม agent” เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มากกว่าทรัพยากรที่ใช้ รวมถึงทดลองรูปแบบทีมขนาดเล็กมาก เช่น “ทีมคนเดียว” ที่รวมบทบาท engineer, designer และ product manager ไว้ในคนเดียว
สำหรับพนักงานในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง ทาง Coinbase ยืนยันว่าจะได้รับเงินชดเชยขั้นต่ำเท่ากับค่าจ้างพื้นฐาน 16 สัปดาห์ และจะได้รับเพิ่มอีก 2 สัปดาห์สำหรับอายุงานทุกๆ 1 ปีที่ทำให้กับบริษัท
ในขณะที่พนักงานในต่างประเทศ ก็จะได้รับการดูแลในลักษณะที่ใกล้เคียงกันตามที่กฎหมายแรงงานท้องถิ่นกำหนด
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ Coinbase เพียงแห่งเดียว แต่สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของอุตสาหกรรมคริปโทฯ ในปีนี้ที่บริษัทหลายแห่งเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยี AI ในกระบวนการทำงานมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจมหภาค และราคาเหรียญที่ตกต่ำ
โดยก่อนหน้านี้ บริษัทด้านคริปโทฯ อย่าง Algorand, Gemini และ Crypto.com ก็ได้ทยอยประกาศปรับลดพนักงานของตนลงในสัดส่วนตั้งแต่ 12% ไปจนถึง 30% ด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน
ที่มา : coindesk

Digital Asset News Editor, efinanceThai