
ประธานาธิบดีโคลอมเบียเสนอผลักดันชายฝั่งแคริบเบียนให้เป็น “ศูนย์กลางขุด Bitcoin” โดยใช้พลังงานหมุนเวียนดึงดูดการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
วานนี้ (5 พ.ค.) ประธานาธิบดีโคลอมเบีย Gustavo Petro โพสต์บนแพลตฟอร์ม X โดยเสนอแนวคิดเพื่อผลักดันชายฝั่งแคริบเบียนของประเทศให้กลายเป็น “ศูนย์กลางขุด Bitcoin” โดยใช้พลังงานหมุนเวียนส่วนเกินเพื่อดึงดูดการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ
Petro ระบุว่า เมืองอย่าง Barranquilla, Santa Marta และ Riohacha มีศักยภาพในการตั้งเหมือง Bitcoin โดยอาศัยพลังงานสะอาด คล้ายกับแนวทางที่ปารากวัยและเวเนซุเอลาเคยใช้มาก่อน
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโคลอมเบียยังเสนอให้ชุมชนพื้นเมือง Wayúu ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และเป็นชุมชนพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมเป็น “เจ้าของร่วม” ของโครงการ เพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่นอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวของ Petro มีขึ้นหลังจากที่ Alessandro Cecere จาก Luxor Technology เปิดเผยว่า ส่วนแบ่ง hashrate Bitcoin ของปารากวัยเพิ่มขึ้นแตะ 4.3% หลังใช้พลังงานไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อน Itaipu ในการขุด Bitcoin
ปัจจุบัน ปารากวัยกลายเป็นประเทศที่ขุด Bitcoin ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน
ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่า โคลอมเบียผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากถึง 75% ของทั้งประเทศ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกมากกว่า 2 เท่า ซึ่งอาจช่วยลดข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขุด Bitcoin ได้
แนวคิดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางนักขุดในสหรัฐบางส่วนเริ่มย้ายไปลงทุนในธุรกิจ AI และ High-Performance Computing ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการขุดบิตคอยน์
อย่างไรก็ตาม Petro จะเหลือเวลาในตำแหน่งอีกเพียงประมาณ 3 เดือน ก่อนหมดวาระในเดือนสิงหาคม โดยเขาไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งรอบถัดไป ทำให้อนาคตของโครงการยังขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาแทน
ที่มา : cointelegraph

Digital Asset Reporter, efinanceThai