
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เสนอเปิดทางให้คริปโทและ Private Equity เข้าสู่แผนเกษียณ 401(k) โดยกำหนดกรอบให้ผู้ดูแลแผนประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน พร้อมคุ้มครองทางกฎหมาย
วานนี้ (30 มี.ค.) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้เสนอร่างกฎใหม่ เปิดทางให้สินทรัพย์ทางเลือก เช่น คริปโท และ Private Equity สามารถเข้าไปอยู่ในแผนเกษียณ 401(k) ของชาวอเมริกันได้
กฎดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะลดข้อจำกัดเดิมของสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำและความโปร่งใสน้อย และอาจเปิดโอกาสให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าถึงแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่จากกองทุนเกษียณได้มากขึ้น
ภายใต้กฎใหม่นี้ ผู้ดูแลแผน (trustees) จะต้องประเมินอย่างรอบด้าน ทั้งด้านผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง มูลค่า และความซับซ้อน ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โดยหากดำเนินการตามหลักเกณฑ์ จะได้รับ “safe harbor” เพื่อคุ้มครองจากการถูกฟ้องร้อง
เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานย้ำว่า กฎนี้ไม่ได้กำหนดให้ต้องลงทุนอย่างไร แต่เป็นการให้ “เครื่องมือ” เพื่อช่วยให้ผู้ดูแลแผนตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและเป็นกลาง
ฝั่งอุตสาหกรรมก็ตอบรับเชิงบวก โดยบริษัทอย่าง Blackstone, KKR และ Apollo มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินใหม่ ขณะที่ BlackRock ระบุว่าเป็นก้าวสำคัญต่อการแก้ปัญหาการออมเพื่อเกษียณ
Marc Rowan ซีอีโอของ Apollo ระบุว่า กฎนี้อาจ “ยกระดับผลลัพธ์การเกษียณได้อย่างมีนัยสำคัญ” ด้าน Paul Atkins ประธาน SEC ชี้ว่า การเปิดทางให้ชาวอเมริกันเข้าถึงนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนระยะยาวที่กระจายความเสี่ยง เป็น “สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง”
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์รวมถึงวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren เตือนว่า กฎดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับเงินเกษียณ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน
ขณะที่ Erin Cho หุ้นส่วนของ Mayer Brown ระบุว่า กฎนี้ “ไม่ได้เปิดทางให้ Private Equity, Private Credit หรือกองทุนคริปโทไหลเข้าสู่แผนเกษียณอย่างเสรี” แต่เป็นเพียงการกำหนดกรอบและกระบวนการเท่านั้น
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะเป็นเวลา 60 วัน ก่อนจะตัดสินใจว่าจะบังคับใช้กฎดังกล่าวหรือไม่
ที่มา : reuters

Digital Asset Reporter, efinanceThai