
จับตาประชุม Fed พุธนี้ อาจเป็นเวทีทิ้งทวนประธานของ “พาวเวล” วงการคาดคาดคงดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ-น้ำมันพุ่ง พร้อมลุ้นท่าทีเฟดอาจถึงขั้นต้องขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อคุมเศรษฐกิจหรือไม่
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC)ครั้งที่ 3 ของปีในวันพุธที่ 29 เม.ย.นี้ และจะทราบผลการประชุมราวตี 1 ตามเวลาไทย (30 พ.ย.) และนี่อาจเป็นการทำหน้าที่ในฐานะประธานเฟดครั้งสุดท้ายของนายเจอโรม พาวเวล ก่อนจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ประธานเฟดในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้
โดยอุปสรรคสำคัญในการรับรองนายเควิน วอร์ช เพื่อขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งได้คลี่คลายลงแล้ว หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) สั่งยุติการสอบสวนทางอาญา ที่เป็นประเด็นข้อขัดแย้งเกี่ยวกับกรณีการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด
อย่างไรก็ตาม แม้ตามธรรมเนียมแล้วประธานเฟดมักจะลาออกจากบอร์ดบริหารเมื่อหมดวาระการเป็นผู้นำ แต่พาวเวลระบุว่าเขาอาจตัดสินใจนั่งเก้าอี้กรรมการบริหารต่อไปจนถึงเดือนมกราคมปี 2028
ในฐานะผลงานส่งท้าย คาดว่าพาวเวลจะดูแลการลงมติให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีมติ “ตรึง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%-3.75% ต่อไป ซึ่งเป็นระดับที่เฟดคงไว้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา
ผลพวงมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่แม้การทิ้งระเบิดจะหยุดพักลงแล้ว แต่สงครามเศรษฐกิจยังคงดำเนินอยู่ ทั้งการที่สหรัฐฯ บล็อกเรืออิหร่าน และอิหร่านสกัดเรืออื่นๆ ไม่ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 50% ดันต้นทุนพลังงานและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ให้ดีดตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี
นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด ระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความ “ซับซ้อนมาก” สำหรับผู้กำหนดนโยบาย เพราะเฟดต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอลง และปัญหาเงินเฟ้อที่ฝังรากลึก
สิ่งที่นักลงทุนและประชาชนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือแถลงการณ์ของเฟดและงานแถลงข่าวของพาวเวลว่าจะมีการส่งสัญญาณถึง “การขึ้นดอกเบี้ย” เป็นสเตปต่อไปหรือไม่ หากเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนเริ่มหยิบยกประเด็นความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยมาหารือกันบ้างแล้ว
ด้านนักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America ประเมินว่า เฟดจะตรึงดอกเบี้ยอย่างแน่นอนในการประชุมเดือนเมษายนนี้ เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อขาขึ้นจากสงครามอิหร่านยังไม่หายไป และคาดว่าพาวเวลน่าจะแสดงจุดยืนที่เข้มงวด (Hawkish) เพื่อเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ
ที่มา : reuters.com

Digital Asset News Editor, efinanceThai