
พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ถูกเทขายหนัก จนบอนด์ยีลด์ระยะยาวพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลว่าเงินทุนญี่ปุ่นอาจไหลกลับประเทศ และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโทฯ
เกิดอะไรขึ้นกับตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น?
ตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) กำลังเผชิญกับภาวะเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ขยับพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะผลตอบแทนของพันธบัตรระยะ 30 ปี พุ่งขึ้นไปแตะระดับราวๆ 4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนับตั้งแต่เริ่มมีการออกพันธบัตรรุ่นนี้ในปี 1999 ขณะที่รุ่น 40 ปี ขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 4.24% และรุ่น 10 ปี ก็ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสิบปีที่ 2.38% สะท้อนแรงเทขายที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้ญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เคยใช้มาตรการ Yield Curve Control เพื่อกด Bond Yield อายุ 10 ปีไว้ที่ประมาณ 0.5% แต่สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มสะท้อนว่าตลาดกำลังท้าทายความสามารถของ BOJ ในการควบคุมต้นทุนทางการเงินของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อญี่ปุ่นมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงถึงประมาณ 230%
แรงกระเพื่อมถึงตลาดโลกเมื่อ “เงินทุนกำลังจะกลับบ้าน”
ประเด็นสำคัญที่ตลาดทั่วโลกกำลังจับตา คือ “เงินทุนญี่ปุ่น” อาจเริ่มไหลกลับประเทศ หลัง Bond Yield ภายในประเทศกลับมาให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าเดิม ญี่ปุ่นถือเป็นเจ้าหนี้ต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยถือครองสินทรัพย์ต่างประเทศรวมราว 5 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อหลักของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรปมาอย่างยาวนาน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการของญี่ปุ่น (GPIF) ซึ่งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินราว 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ได้เริ่มทบทวนสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรของตนเองแล้ว หากกองทุน GPIF และสถาบันลักษณะเดียวกัน เริ่มโยกเงินแม้เพียงบางส่วนจากการถือครองพันธบัตรต่างประเทศกลับเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ก็อาจส่งผลต่อเนื่องให้ Bond Yield ของสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย และส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินโลกตึงตัวมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น หากเงินทุนของญี่ปุ่นไหลกลับจนไปกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ก็จะยิ่งสร้างความท้าทายและทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะดอกเบี้ยระยะยาวที่พุ่งขึ้นในกรณีนี้เกิดจากแรงเทขายของต่างชาติ ไม่ใช่จากปัญหาเงินเฟ้อภายในประเทศ
ทำไมถึงกระทบนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี?
แม้เรื่องนี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องของตลาดการเงินแบบดั้งเดิม แต่ตลาดคริปโทฯ ก็หนีผลกระทบนี้ไม่พ้น การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น จะทำหน้าที่เสมือนแรงโน้มถ่วงที่คอยดึงดูดเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เมื่อผลตอบแทนในตลาดปลอดภัยสูงขึ้น ภาวะทางการเงินจะตึงตัว สภาพคล่องหรือ “เม็ดเงิน” ที่เคยล้นระบบและพร้อมจะไหลไปหาที่พักพิงในสินทรัพย์เก็งกำไรก็จะมีปริมาณลดลง
ในอดีตที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์มักจะอ่อนไหวต่อปัจจัยสภาพคล่องเหล่านี้เป็นอย่างมาก โดยราคาจะพุ่งทะยานเมื่อมีสภาพคล่องในระบบสูง และจะเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเมื่อสภาพคล่องหดตัวลง ดังนั้น การขยับตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นและการไหลกลับของเงินทุนระดับโลกในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทุกสาย ไม่เว้นแม้แต่สายคริปโทฯ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ที่มา : Cryptobriefing

Digital Asset News Editor, efinanceThai