
ญี่ปุ่นออกคำเตือนเข้มงวดต่อการใช้คริปโทในธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ หลังมองว่าอาจถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน
ตามเอกสารที่เผยแพร่ออกมา หน่วยงานรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยว (MLIT), สำนักงานบริการทางการเงิน (FSA), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง ได้ออกแนวทางร่วมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโทและอสังหาริมทรัพย์
เอกสารระบุว่า คริปโทมีลักษณะคือสามารถโอนข้ามพรมแดนได้รวดเร็ว ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกใช้เป็นวิธีชำระเงินในธุรกรรมอสังหาฯ เพื่อฟอกเงิน
แนวทางดังกล่าวกำหนดให้ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ต้องตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) อย่างเข้มงวด รายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานกำกับ และแจ้งตำรวจหากพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังเตือนว่า การแปลงคริปโทเป็นเงินสดแทนลูกค้า อาจเข้าข่าย “ธุรกิจแลกเปลี่ยนคริปโท” ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาต โดยหากดำเนินการโดยไม่ได้จดทะเบียนอาจมีความผิดทางกฎหมาย
ทางฝั่งแพลตฟอร์มคริปโทเอง ก็ถูกขอให้จับตาในกรณีที่พบเห็นธุรกรรมผิดปกติ เช่น กรณีลูกค้าได้รับเงินจากการขายอสังหาฯ เป็นคริปโท แล้วทำธุรกรรมขนาดใหญ่ที่ไม่สอดคล้องกับฐานะทางการเงิน
ขณะเดียวกัน กฎหมายญี่ปุ่นยังกำหนดว่า ผู้ที่รับคริปโทและมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศมูลค่าเกิน 30 ล้านเยน (ประมาณ 180,000 ดอลลาร์) ต้องรายงานต่อหน่วยงานรัฐ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่ญี่ปุ่นเพิ่งปรับกฎหมาย จัดให้คริปโทเป็น “เครื่องมือทางการเงิน” อยู่ภายใต้กรอบเดียวกับหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม พร้อมเพิ่มบทลงโทษต่อผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาต และเข้มงวดการกับการกำกับดูแลมากขึ้น
ที่มา : cointelegraph

Digital Asset Reporter, efinanceThai