
ญี่ปุ่นไฟเขียวปรับลดภาษีคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ จากอัตราสูงสุด 55% เหลือเพียง 20% หวังดึงดูดบริษัท Web3 และนักลงทุนให้อยู่ในประเทศต่อ แต่รายย่อยอาจต้องอดใจรอจนถึงปี 2028
เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐสภาญี่ปุ่นได้ผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวที่มีเป้าหมายในการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเปลี่ยนจากการจัดเก็บในหมวด “เงินได้เบ็ดเตล็ด” ซึ่งมีอัตราภาษีแบบก้าวหน้าสูงสุดถึง 55% มาเป็นการเก็บภาษีแบบแยกคำนวณในอัตราคงที่ 20.315%
นอกจากนี้ การปฏิรูปดังกล่าวยังอนุญาตให้นักลงทุนสามารถนำผลขาดทุนไปหักกลบลบกำไรย้อนหลังได้สูงสุด 3 ปี (Loss carryforward) ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วไป เพื่อยกระดับให้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เป็นมาตรฐาน และสกัดกั้นการย้ายฐานธุรกิจของกลุ่มสตาร์ทอัปไปยังประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนมากกว่า เช่น ดูไบ หรือสิงคโปร์
กรอบเวลาแบบแบ่งช่วง และข้อกังวลจากภาคอุตสาหกรรม
แม้ทิศทางการปฏิรูปภาษีจะเป็นผลดีต่อตลาด แต่กรอบเวลาในการบังคับใช้กลับถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ซึ่งสร้างข้อกังวลให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง:
ความล่าช้านี้ทำให้ผู้นำในอุตสาหกรรมออกมาระบุว่า การเว้นช่วงระยะเวลานานอาจทำให้ญี่ปุ่นเสียเปรียบในการแข่งขันกับศูนย์กลางทางการเงินอื่นๆ ที่ดำเนินการเชิงรุกมากกว่า รวมถึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการเปิดตัวผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับคริปโทฯ เช่น กองทุน Bitcoin ETF
ขอบเขตของกฎหมายและข้อจำกัด
นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า อัตราภาษี 20% นี้จะไม่ครอบคลุมการทำธุรกรรมในวงกว้างทั้งหมด แต่จะจำกัดสิทธิ์เฉพาะ “สินทรัพย์คริปโทฯ ที่ระบุ” (Specified crypto assets) ซึ่งหมายถึงสินทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนและทำการซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขาย (Exchange) ที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
ดังนั้น ผลกำไรที่เกิดจากการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ (Offshore platforms) หรือระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) คาดว่าจะยังคงถูกจัดเก็บในอัตราภาษีเดิมที่สูงกว่า
แม้จะต้องรอการบังคับใช้อีกระยะหนึ่ง แต่ความชัดเจนของกรอบเวลาก็เริ่มส่งผลเชิงบวกต่อสภาวะตลาด โดยมีรายงานว่ากลุ่มผู้มั่งคั่งจากคริปโทฯ เริ่มให้ความสนใจในการกระจายการลงทุนเข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ในโตเกียวและโอซาก้ามากขึ้น
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 2 ปีนี้ จะเป็นบททดสอบสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลญี่ปุ่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Web3 ระดับโลก
ที่มา : News.bitcoin

Digital Asset News Editor, efinanceThai