
Larry Fink มองว่า Tokenization จะเร่งอนาคตการเงิน ทำให้การลงทุนเข้าถึงง่ายขึ้นเหมือนโอนเงิน ขณะที่สถาบันใหญ่และหน่วยงานกำกับเริ่มขยับจริง ดันสินทรัพย์บนบล็อกเชนเข้าสู่ระบบการเงินหลัก
ในจดหมายประจำปีของ Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock ระบุว่า Tokenization อาจเร่งอนาคตการเงินให้เกิดเร็วขึ้น ผ่านการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การออกสินทรัพย์ การซื้อขาย และการเข้าถึงการลงทุนง่ายขึ้น
“วันนี้คนครึ่งโลกมี digital wallet ในมือถือ และถ้าวันหนึ่งกระเป๋าเดียวกันนั้นใช้ลงทุนในหุ้นได้ง่ายเหมือนโอนเงิน มันจะเปลี่ยนการเข้าถึงการลงทุนไปอย่างสิ้นเชิง” Fink กล่าว
โดย Fink ได้ออกมาผลักดันแนวคิด Tokenization เป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งปีนี้เขาเน้นย้ำถึงการเข้าถึงและการขยายขนาด ต่างจากปีก่อนหน้าที่กล่าวไปถึงประโยชน์ของบล็อกเชนในการนำมาใช้ Tokenization
Tokenization คือการแปลงสินทรัพย์อย่างหุ้น พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นโทเคนบนบล็อกเชน ซึ่งช่วยให้การออกสินทรัพย์ การซื้อขาย และการเข้าถึง ทำได้ง่ายขึ้น
ก่อนหน้านี้ Fink เคยชี้ว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วย “เปิดโอกาสการลงทุน” ให้คนทั่วไป ผ่านการถือครองแบบแบ่งย่อย (fractional ownership)
ความเห็นของ BlackRock เกิดขึ้นในช่วงที่สถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มสนใจบล็อกเชนมากขึ้น เพื่อพัฒนาระบบตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ก็ไม่เพียงแต่ศึกษา แต่ยังทดสอบ Tokenization จริงอีกด้วย
ด้าน Nasdaq และ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ก็เริ่มขยับ โดยล่าสุด SEC อนุญาตให้ Nasdaq ทดสอบการซื้อขาย “หุ้นในรูปแบบโทเคน”
นอกจากนี้ Nasdaq ยังจับมือกับบริษัท Talos เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้สินทรัพย์แบบโทเคนสามารถใช้งานในระดับสถาบันได้ด้วย
เมื่อปีก่อนหน้า Fink เปรียบ Tokenization ว่าเหมือนการเปลี่ยนจาก “ไปรษณีย์” มาเป็น “อีเมล” ในโลกการลงทุน ซึ่งจะทำให้ตลาดไม่มีปิดทำการ และธุรกรรมที่เคยใช้เวลาหลายวัน ก็จะเหลือเพียงไม่กี่วินาที
ที่มา : theblock

Digital Asset Reporter, efinanceThai