
โปรเจกต์พันธบัตรที่ใช้บิตคอยน์ค้ำประกันของรัฐนิวแฮมป์เชียร์เดินหน้าอีกขั้น หลัง Moody’s ให้เรตติ้งเบื้องต้นที่ระดับ Ba2 จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง สะท้อนความกังวลต่อความผันผวนของ BTC
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Moody’s Investors Service สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ได้ประกาศให้เรตติ้งเบื้องต้น (provisional rating) กับโปรเจกต์พันธบัตรที่ใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกันของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐฯ ที่ระดับ Ba2
ระดับ Ba2 หมายถึงพันธบัตรดังกล่าวถูกจัดอยู่ในหมวด “เก็งกำไร” (speculative grade) หรือต่ำกว่าระดับน่าลงทุน (investment grade) โดยมีความเสี่ยงด้านเครดิตค่อนข้างสูง ปัจจัยหลักมาจากความผันผวนของราคาบิตคอยน์ที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักประกัน โดย Moody’s ใช้สมมติฐานสำคัญ เช่น อัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (advance rate) ที่ 72.06% และช่วงเวลาเสี่ยง 2 วัน เพื่อสะท้อนความไม่แน่นอนของราคาและสภาพคล่อง
เรตติ้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ เพราะช่วยให้นักลงทุน โดยเฉพาะสถาบัน สามารถประเมินความเสี่ยงได้ก่อนตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางกลุ่ม เช่น กองทุนขนาดใหญ่ อาจมีข้อจำกัดไม่ให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่ำกว่าระดับ investment grade
แม้ข้อมูลจาก S&P Global จะชี้ว่าความผันผวนของบิตคอยน์มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่ยังคงสูงกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำและดัชนี Nasdaq-100 อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สถาบันจัดอันดับยังคงให้เรตติ้งในระดับต่ำ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของสินทรัพย์
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงาน New Hampshire Business Finance Authority (BFA) ได้อนุมัติโปรเจกต์นี้ โดยเริ่มต้นด้วยวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์ เปิดทางให้บริษัทสามารถกู้เงินโดยใช้บิตคอยน์วางเป็นหลักประกันแบบ overcollateralized (วางค้ำเกินมูลค่าเงินกู้)
โครงสร้างโปรเจกต์มี BitGo Trust Company Inc. ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ (custodian) ขณะที่ Wave Digital Assets และ Rosemawr Management ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์
ค่าธรรมเนียมจากโครงการจะถูกนำไปจัดตั้ง “Bitcoin Economic Development Fund” เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจและนวัตกรรมทางการเงินในรัฐ โดยขั้นตอนถัดไปคือการกำหนดราคา ก่อนเปิดขายในตลาดอย่างเป็นทางการ
ที่มา : cointelegraph

Digital Asset News Editor, efinanceThai