
Ray Dalio มองว่า จุดแข็งเรื่องความโปร่งใสของ Bitcoin อาจกลายเป็นเหตุผลที่ธนาคารกลางไม่อยากถือเป็นทุนสำรอง เพราะธุรกรรมบนบล็อกเชนถูกติดตามได้แบบเรียลไทม์ แม้บริษัทและนักลงทุนสถาบันจะเริ่มยอมรับ Bitcoin มากขึ้น
วานนี้ (11 พ.ค.) Ray Dalio มหาเศรษฐี นักลงทุนชื่อดังและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “Bitcoin ขาดความเป็นส่วนตัว ธุรกรรมสามารถถูกติดตามและอาจถูกควบคุมได้ นี่คือเหตุผลที่ธนาคารกลางจะไม่ถือมันไว้”
Bitcoin ทำงานบนระบบบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ โดยทุกธุรกรรมถูกบันทึกถาวรบน public ledger หรือบัญชีแยกประเภทสาธารณะ ทำให้ใครก็สามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเหรียญผ่าน block explorer ได้
แม้ wallet address จะไม่ได้ระบุว่ากระเป๋านี้เป็นของใครโดยตรง แต่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมักสามารถติดตามเส้นทางเงิน และเชื่อมโยงธุรกรรมกับบุคคลหรือสถาบันได้ในบางเคส
ความโปร่งใสระดับนี้ในมุมมองของผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงมักถูกมองเป็นจุดแข็งของ Bitcoin แต่ในมุมของธนาคารกลาง การถือสินทรัพย์ที่ทุกคนสามารถติดตามกระแสเงินเข้าออกได้แบบเรียลไทม์ อาจกลายเป็นข้อจำกัดด้านยุทธศาสตร์การเงิน
Dalio เสริมว่า ความเป็นส่วนตัวไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะธนาคารกลาง แต่รวมถึงนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ด้วย เพราะธุรกรรมขนาดใหญ่บนบล็อกเชนอาจถูกตลาดติดตามและนำไปตีความได้ทันที
ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองในงาน Consensus ที่ฮ่องกงเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผู้เข้าร่วมบางส่วนระบุว่า การใช้งานบล็อกเชนระดับสถาบันอาจต้องพึ่งฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวที่แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง
กระแสด้านความเป็นส่วนตัว (privacy) ยังสะท้อนให้เห็นผ่านตลาด โดยเหรียญสายความเป็นส่วนตัวอย่าง zcash หรือ ZEC ปรับขึ้นมากกว่า 800% ตั้งแต่ต้นปี 2025 ขณะที่ Bitcoin ปรับลงมากกว่า 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน
นอกจากประเด็นเรื่อง privacy แล้ว Dalio ยังชี้ว่า Bitcoin ยังมีข้อจำกัดในฐานะสินทรัพย์สำรอง เมื่อเทียบกับทองคำ เพราะราคามักเคลื่อนไหวตามหุ้นเทคโนโลยีมากกว่าทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ไม่วิ่งตามสินทรัพย์ใด ๆ ในช่วงตลาดโลกตึงเครียด
ข้อมูลจาก TradingView ระบุว่า ค่าสหสัมพันธ์ 90 วันระหว่าง Bitcoin กับ Nasdaq อยู่ที่ 0.89 หมายความว่าในช่วงดังกล่าว การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ราว 79% มีความสัมพันธ์กับดัชนีหุ้นเทคโนโลยี
ในมุมของ Dalio ตัวเลขนี้ทำให้ Bitcoin ดูเหมือนสินทรัพย์ risk-on มากกว่าสินทรัพย์สำรองที่มีความเป็นอิสระ ต่างกับทองคำยังมีฐานผู้ถือกว้างกว่า มีประวัติยาวนานกว่า และฝังลึกลงไปในระบบการเงินโลกมากกว่า
“ท้ายที่สุด ทองคำยังมีคนถือครองที่หลากหลายกว่า อยู่ในระบบการเงินมานานกว่า และยังเป็นสินทรัพย์สำคัญของโลกการเงิน ” Dalio กล่าว
ก่อนหน้านี้ Dalio เคยระบุว่า ถือ Bitcoin อยู่ราว 1% ของพอร์ต แต่เขาก็ยังให้มุมมองเชิงบวกต่อทองคำมากกว่า Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองระดับโลก
ที่มา : coindesk

Digital Asset Reporter, efinanceThai