
ก.ล.ต.สหรัฐฯ เตรียมเปิดทาง tokenized stocks ให้หุ้นบริษัทจดทะเบียนซื้อขายบนบล็อกเชนได้มากขึ้น ภายใต้กรอบกำกับที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ขณะที่ Wall Street อย่าง DTCC, Nasdaq และ ICE เริ่มเร่งวางโครงสร้างรองรับตลาดหุ้น on-chain แล้ว
ตามรายงานจาก Bloomberg Law ระบุว่า SEC สหรัฐฯ เตรียมเปิดทางกฎใหม่สำหรับการซื้อขายหุ้นในรูปโทเคน หรือ tokenized stocks
โดยข้อเสนอนี้อาจเปิดทางให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เสนอหุ้นบริษัทจดทะเบียนในเวอร์ชันดิจิทัลบนบล็อกเชนได้ โดยอาจประกาศได้เร็วสุดภายในสัปดาห์นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณชัดขึ้นว่า หน่วยงานกำกับสหรัฐฯ เริ่มเปิดรับ tokenized securities มากขึ้น หลังพื้นที่นี้กลายเป็นจุดที่เชื่อมกันระหว่างบริษัทคริปโทกับสถาบันการเงิน Wall Street
Tokenized stocks คือหุ้นที่อยู่ในรูปแบบโทเคน และบนบล็อกเชน โดยอาจเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง และชำระราคาได้เร็วขึ้นกว่าหุ้นแบบดั้งเดิม
ฝั่งสนับสนุนมองว่าโครงสร้างนี้ช่วยลดเวลารอชำระราคา และทำให้ตลาดเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในระดับโลก ขณะที่ฝ่ายกังวลเตือนเรื่องสภาพคล่องกระจัดกระจาย และมาตรการคุ้มครองนักลงทุน
ที่ผ่านมา Wall Street เริ่มขยับรับกระแสนี้เร็วขึ้น โดย DTCC ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เตรียมเริ่มทดสอบธุรกรรม tokenized assets แบบจำกัดในเดือน ก.ค. ก่อนเปิดกว้างขึ้นในเดือน ต.ค.
ทั้งนี้ ระบบของ DTCC จะรองรับหุ้นและ ETF เวอร์ชันโทเคน โดยมีสินทรัพย์จริงหนุนหลังอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของ DTCC เดิม
ด้าน Nasdaq ก็กำลังพัฒนาแนวทางให้บริษัทสามารถออกหุ้นบนบล็อกเชน โดยยังคงสิทธิความเป็นเจ้าของแบบดั้งเดิมไว้ และ SEC ได้อนุมัติแผน tokenized securities ของ Nasdaq ไปแล้วเมื่อเดือน มี.ค.
ขณะเดียวกัน Intercontinental Exchange หรือ ICE บริษัทแม่ของ NYSE ก็เดินหน้าแผนขยายสู่ tokenized stocks และผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมกับคริปโท ผ่านความร่วมมือและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ OKX
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนการแข่งขันครั้งใหญ่ในการยกระดับโครงสร้างตลาดหุ้นโลกมูลค่า 126 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน
Paul Atkins ประธาน SEC ส่งสัญญาณสนับสนุนแนวทางนี้ โดยระบุเมื่อต้นเดือนว่า SEC กำลังพิจารณากฎอย่างเป็นทางการสำหรับระบบซื้อขาย on-chain, โครงสร้างชำระราคาบนบล็อกเชน และโมเดล custody สำหรับคริปโท
Atkins มองว่า กฎหลักทรัพย์เดิมไม่เหมาะกับระบบบล็อกเชนที่รวมบทบาท exchange, clearing และ settlement ไว้ในโปรโตคอลเดียว และย้ำว่า SEC ควรทำให้กฎชัดขึ้นผ่านกระบวนการกำกับดูแล ไม่ใช่ใช้การบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังเป็นหลัก
ที่มา : coindesk

Digital Asset Reporter, efinanceThai