
Tether บริษัทผู้ออกเหรียญ USDT ร่วมกับสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) สหรัฐฯ สั่งอายัด USDT มูลค่ากว่า 344 ล้านดอลลาร์บนเครือข่าย Tron อย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้สะท้อนมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด และส่งผลให้ผู้ใช้งานบนเครือข่าย Tron ลดฮวบถึง 21% ทันที
บริษัท Tether ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Stablecoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ทำการอายัดกระเป๋าเงินดิจิทัลขนาดใหญ่จำนวน 2 บัญชีบนเครือข่าย Tron โดยกระเป๋าทั้งสองใบมีเหรียญ USDT รวมกันมูลค่าสูงถึง 344 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (แบ่งเป็น 131.3 ล้านดอลลาร์ และ 212.9 ล้านดอลลาร์) ซึ่งการอายัดครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการประสานงานร่วมกับสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (Office of Foreign Assets Control หรือ OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนเครือข่าย Tron ซึ่งจำนวนเงินที่ถูกอายัดนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 1.8% ของเหรียญ USDT บน Tron ที่หมุนเวียนในตลาดแต่ละวัน
ปัจจุบัน การอายัดสินทรัพย์ถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานของ Tether เมื่อได้รับการร้องขอข้อมูลและประสานงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ และต่างประเทศ โดยบริษัทได้ทำงานร่วมกับองค์กรบังคับใช้กฎหมายกว่า 340 แห่งใน 65 ประเทศทั่วโลก
นาย Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ได้ออกมาระบุว่า การระงับบัญชีในลักษณะนี้เป็นความจำเป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการบล็อกเชน เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าหน้าที่สืบสวนทั่วโลกได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานว่า Tether ได้อายัดเหรียญไปแล้วกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากพบการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
“USDT ไม่ใช่แหล่งกบดานสำหรับกิจกรรมผิดกฎหมาย” Ardoino กล่าวในเอกสารเผยแพร่ “เมื่อเราตรวจพบความเชื่อมโยงที่เชื่อถือได้ว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ถูกคว่ำบาตร หรือเครือข่ายอาชญากร เราจะดำเนินการจัดการทันทีและเด็ดขาด
แม้เครือข่าย Tron จะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักที่มีการออกเหรียญ USDT สูงสุดถึงกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่เหตุการณ์นี้ก็สร้างผลกระทบต่อเครือข่ายอย่างเห็นได้ชัด โดยจำนวนกระเป๋าเงินที่เปิดใช้งานจริงบนเครือข่ายลดลงถึง 21% (จากราว 5.3 ล้านบัญชี เหลือไม่ถึง 4.2 ล้านบัญชี) และปริมาณการทำธุรกรรมรายวันก็ลดลงเกือบ 15%
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ตลาดยังมองว่าการชะลอตัวนี้ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความเชื่อมั่นที่เกี่ยวข้องกับนาย Justin Sun ซีอีโอของ Tron ซึ่งกำลังมีคดีความฟ้องร้องกับโครงการ DeFi ที่ชื่อว่า WLFI ฐานระงับสินทรัพย์ของเขาโดยมิชอบด้วยกฎหมายมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าตลกร้ายในมุมมองของนักวิจัยด้านสินทรัพย์ดิจิทัล คือการที่ Tron มักโปรโมทตัวเองว่าเป็นเครือข่ายแห่งอิสรภาพที่ไม่มีศูนย์กลางควบคุม แต่ในความเป็นจริง เหรียญที่มีมูลค่าสูงสุดบนเครือข่ายอย่าง USDT กลับสามารถถูกสั่งอายัดได้ง่ายๆ เพียงแค่การกดแป้นพิมพ์ไม่กี่ครั้ง และเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ใช้งานจะลดลงและนักลงทุนจะแสดงความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น แต่ราคาของเหรียญ TRX เหรียญประจำเครือข่าย Tron กลับยังคงสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้ และมีการปรับตัวสูงขึ้นราว 20% ซึ่งสวนทางกับกิจกรรมบนเครือข่ายที่ซบเซาลงอย่างชัดเจน
ที่มา : Cryptopolitan tether

Digital Asset News Editor, efinanceThai