
กลุ่มล็อบบี้ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ยื่นจดหมายร่วมถึงคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา เรียกร้องให้แก้เงื่อนไขเรื่องผลตอบแทนของ stablecoin เพียง 4 วันก่อนโหวตร่าง CLARITY Act
American Bankers Association, Bank Policy Institute และกลุ่มล็อบบี้ธนาคารอีก 3 แห่ง ได้ยื่นจดหมายถึงคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา ก่อนที่จะมีการพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายในวันที่ 14 พ.ค. นี้
จังหวะยื่นจดหมายครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะสภาคองเกรสจะหยุดช่วง Memorial Day วันที่ 21 พ.ค. และหากร่าง CLARITY Act ไม่ผ่านคณะกรรมาธิการก่อนกำหนด ร่างกฎหมายอาจหลุดจากวาระวุฒิสภา และทำให้ดีลที่เจรจากันมาเกือบ 1 ปีต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks ได้บรรลุข้อตกลงกับทั้งสองพรรคเมื่อวันที่ 1 พ.ค. โดยห้ามบริษัทคริปโทจ่ายผลตอบแทนแบบ passive yield บน stablecoin คล้ายดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร แต่ยังอนุญาต reward ที่ผูกกับการใช้งาน ธุรกรรม หรือกิจกรรมบนแพลตฟอร์มได้
โดยกลุ่มธนาคารเคยยอมรับกรอบดังกล่าวแล้ว แต่หลังวุฒิสภากำหนดวันโหวต กลุ่มธนาคารกลับยื่นจดหมายเรียกร้องให้ตัดกรอบ reward ทั้งหมดออกจากร่างกฎหมาย
ฝั่งธนาคารให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ประเด็นที่แท้จริงอาจอยู่ที่การแข่งขันโดยตรง เพราะกลุ่มธนาคารเคยระบุว่า stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนอาจทำให้สินเชื่อผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และภาคเกษตรลดลง 20% หรือมากกว่านั้น
หากผู้บริโภคย้ายเงินจากบัญชีธนาคารไปยังแพลตฟอร์มคริปโทที่ให้ผลตอบแทนจากการใช้งาน ธนาคารอาจมีเงินฝากลดลง กระทบฐานเงินทุนสำหรับปล่อยกู้และกำไรของระบบธนาคาร
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เคยแสดงจุดยืนไว้ว่า จะไม่ปล่อยให้กลุ่มธนาคารขัดขวางร่างกฎหมายนี้ ขณะที่ผู้ช่วยวุฒิสภารายหนึ่งมองว่าจดหมายของกลุ่มธนาคาร “ไม่ได้รุนแรงนัก” และคณะกรรมาธิการได้ข้ามประเด็นผลตอบแทนไปแล้ว โดยหันไปโฟกัสเรื่องข้อกำหนดจริยธรรมที่ยังเหลืออยู่
ขณะนี้ การโหวตในวันที่ 14 พ.ค. ยังเดินหน้าตามกำหนด และทำเนียบขาวยังตั้งเป้าให้ร่างกฎหมายไปถึงโต๊ะประธานาธิบดีภายในวันที่ 4 ก.ค.
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของล็อบบี้ธนาคารในนาทีสุดท้ายสะท้อนให้เห็นถึงแรงปะทะระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับอุตสาหกรรมคริปโท โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า stablecoin ควรเป็นเพียงเครื่องมือชำระเงิน หรือสามารถมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจคล้ายบริการการเงินรูปแบบใหม่ได้มากแค่ไหน

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย