เปิดชื่อ 5 หุ้นซิ่งต้นปี 69 วิ่งทะลุ 100-108%

efinAI
พบ 5 หุ้น NTF-TAE-TFG-MCOT-STECON ราคาซิ่งวิ่งเกินเท่าตัวสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่กำไรปี 68 โตเด่น ผู้ถือหุ้น 56,289 ราย ยิ้มร่า จับตาไปต่อได้หรือไม่ ? แต่ระวังเก็งกำไร เหตุขึ้นมามากแล้ว บางบริษัทผลงานยังขาดทุน-ไร้บทวิเคราะห์รองรับ
SET Index ต้นปีแกว่งแรง ขึ้น-ลง ระดับ 100 จุด
ดัชนี SET Index ต้นปีนี้ เปิดฉากอย่างเร้าใจ 2 เดือนแรกบวกขึ้นไปสูงสุดถึง 1,533.64 จุด เพิ่มขึ้น 273.97 จุด หรือ 21.75% ก่อนจะโดนกดดันจากศึกตะวันออกกลาง ดิ่งลงต่ำสุดแตะ 1,331.23 จุด ลดลง 202.41 จุด หรือ 13.20% จากจุดสูงสุด จากนั้นก็ผันผวนในเชิงบวก ก่อนฟื้นขึ้นมาอีกกว่า 150 จุด ปิดตลาด 8 เม.ย.2569 ที่ 1,485.03 จุด เพิ่มขึ้น 225.36 จุด หรือ 17.89% จากปีก่อน โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 6.43 หมื่นล้านบาทต่อวัน (สูงสุด 1.59 แสนล้านบาทต่อวัน) เพิ่มจากปีก่อนที่เฉลี่ย 4.05 หมื่นล้านบาทต่อวัน (สูงสุด 7.45 หมื่นล้านบาทต่อวัน)
พบ 112 หลักทรัพย์ ราคาวิ่งชนะตลาด แถม 5 หุ้นพุ่งเกิน 100%
เมื่อสำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตั้งแต่ต้นปีถึง 8 เม.ย.69 (YTD) พบว่ามี 112 หลักทรัพย์ ที่ผลตอบแทนราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 18% หรือ มากกว่า SET Index โดยมี 23 หุ้นราคาดีดไปกว่า 50% และไฮไลต์สำคัญคือมี 5 หุ้นที่ราคาพุ่งเกิน 100% ในช่วงเวลาเพียงกว่า 3 เดือนของปีนี้

5 บริษัทข้างต้นเป็นหุ้นขนาดมาจากหมวดธุรกิจที่แตกต่างกัน โดยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 4 บริษัท และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 1 บริษัท โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.บมจ.เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF หุ้นน้องใหม่ที่เข้าเทรดปลายปีก่อน ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลไม้สดและแช่แข็งทั้งในและต่างประเทศ ราคายังวิ่งต่อเนื่องจาก IPO เข้า mai เมื่อ 16 ธ.ค.68 ที่ราคา 6 บาท (พาร์ 0.50 บาท) ล่าสุดอยู่ที่ 12.90 บาท เพิ่มขึ้น 108% จากสิ้นปี 68
2.บมจ.ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ (TAE) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลแปลงสภาพ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง อยู่ ๆ ราคาก็ดีดขึ้นมา 106% จากสิ้นปีก่อนที่เทรดเพียง 0.50 บาท ขึ้นมาล่าสุด 1.03 บาท
3.บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิต/จำหน่าย ไก่สด, แช่เย็น และแช่แข็ง รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ ขณะเดียวกันผลิต/จำหน่าย สุกร และผลิต/จำหน่ายอาหารสัตว์ ยังร้อนแรงต่อเนื่องจากปี 68 (ทั้งปีบวกไปกว่า 32%) มาปีนี้ราคาพุ่งไปถึง 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 105% จากสิ้นปี 68
4.บมจ.อสมท (MCOT) ธุรกิจหลักด้านกิจการสื่อสารมวลชน ซึ่งประกอบด้วยกิจการวิทยุโทรทัศน์, วิทยุกระจายเสียง, หน่วยงานที่ให้บริการด้านข่าว, สื่ออิเล็กทรอนิกส์, ธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจใหม่ ราคาดีดขึ้นมาล่าสุดอยู่ที่ 6.25 บาท เพิ่มขึ้น 103% จากสิ้นปีก่อน
5.บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON) ผู้รับเหมาก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและพลังงาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง ดีดตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดแตะ 100% เรียบร้อย จากสิ้นปี 68 ที่ 6.35 บาท เป็น 12.70 บาท
นอกจากนี้ พบว่า 3 ใน 5 บริษัทข้างต้น มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน โดยเฉพาะ STECON ล่าสุดอยู่ที่ 336.21 ล้านบาทต่อวัน จากปีก่อนที่เพียง 73 ล้านบาทต่อวัน รองลงมาคือ TFG มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 127 ล้านบาทต่อวันจากปีก่อน เป็น 195 ล้านบาทต่อวันในปีนี้ และ TAE มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 5.84 ล้านบาทต่อวัน จากปีก่อนที่เพียง 0.09 ล้านบาทต่อวันเท่านั้น
ส่วนใหญ่กำไรโตแรง
ทั้งนี้พบว่า ส่วนใหญ่ผลประกอบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงพลิกกำไรจากเดิมขาดทุน อย่างไรก็ตาม 2 ใน 3 บริษัทยังขาดทุน ดังนี้

NTF และ TFG กำไรสุทธิปี 68 เติบโตก้าวกระโดดจากปี 67 ระดับ 257% และ 137% ตามลำดับ
ขณะที่ STECON พลิกมีกำไรถึง 1,948 ล้านบาท จากปี 67 ที่ขาดทุน 2,357 ล้านบาท
ส่วน MCOT แม้ขาดทุนลดลงเล็กน้อยจากปี 67 แต่ก็ยังขาดทุนอยู่ถึง 308 ล้านบาทในปี 68
ด้าน TAE พลิกขาดทุน 8 ล้านบาท จากปี 67 ที่มีกำไร 22 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้นรวม 56,289 ราย
5 บริษัทข้างต้นมีผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดล่าสุดช่วง มี.ค.69 รวมถึง 56,289 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ที่รวมกัน 49,092 ราย สะท้อนการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น โดย TFG และ STECON เพิ่มขึ้นสูงสุด ที่ 4,146 ราย และ 3,576 ราย ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม บางบริษัทในกลุ่มที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง ไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ และผลประกอบการยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ นักลงทุนควรระมัดระวังการเก็งกำไร เพราะถือว่ามีความเสี่ยง
Related Topics
Editing by

Sarapong Nuntivong
Senior News Editor, efinanceThai











