เปิดพอร์ต GULF ล่าสุดถือหุ้น 4 บิ๊ก สื่อสาร-ธนาคาร-ท่องเที่ยว มูลค่ารวมกว่า 4.76 แสนล้านบาท

รูป เปิดพอร์ต GULF ล่าสุดถือหุ้น 4 บิ๊ก สื่อสาร-ธนาคาร-ท่องเที่ยว มูลค่ารวมกว่า 4.76 แสนล้านบาท

efinAI


GULF ช้อปหุ้นอีกแล้ว ล่าสุดโผล่ถือหุ้น MINT บิ๊กธุรกิจโรงแรม-อาหาร-ไลฟ์สไตล์ หลังก่อนหน้านี้เข้าถือหุ้นหลายธุรกิจนอกเหนือจากพลังงาน เจาะพอร์ตปัจจุบันถือหุ้นใหญ่ 4 บจ.ใหญ่กลุ่ม สื่อสาร-ธนาคาร-ท่องเที่ยว มูลค่ารวมกว่า 4.76 แสนล้านบาท

ล่าสุดโผล่ถือ MINT มูลค่า 854 ล้านบาท

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) หุ้นยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกครั้ง ล่าสุด ณ วันปิดสมุดจดทะเบียน พบถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 16 ใน บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) จำนวน 39.33 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.69% หากคำนวณจากราคาหุ้น MINT ณ 12 พ.ค.2569 คิดเป็นมูลค่าถึง 854 ล้านบาท

MINT เป็นหุ้นในหมวดท่องเที่ยวและสันทนาการ ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา และให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบันเทิงและธุรกิจจัดจำหน่าย

จับตาเข้าสู่ธุรกิจท่องเที่ยว ?

การลงทุนครั้งนี้อาจสะท้อนสัญญาณการขยายอาณาจักรธุรกิจของกลุ่ม GULF สู่หมวดท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ เพราะ MINT เป็นผู้ลงทุน, รับจ้างบริหาร และเช่าบริหารโรงแรม รวม 636 แห่งทั่วโลก มีจำนวนห้องพักถึง 91,601 ห้อง (ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรป, เอเชีย และ สหรัฐอเมริกา) นำโดยแบรนด์ Anantara, NH Collection, Tivoli และ Avani เป็นต้น

ด้านธุรกิจอาหาร เป็นเจ้าของแบรนด์ดัง เช่น The Pizza Company, Dairy Queen, Swensen’s, Bonchon, Burger King, Sizzler และอื่น ๆ อีกมากมาย มีสาขารวมทั้งสิ้น 2,746 แห่ง ครอบคลุมทั่วโลก (ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย, ออสเตรเลีย และ จีน)

ส่วนธุรกิจไลฟ์สไตล์ เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้านำเข้า ทั้งแฟชั่น, ของใช้ในบ้าน และอาร์ทอย เช่น Charles & Keith, Anello, Zwilling J.A. Henckels, Pop Mart และอื่น ๆ อีกหลายแบรนด์

นอกจากนี้มีธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์การค้าและบันเทิง, สปาและเวลเนส รวมถึงพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

เปิดไทม์ไลน์ตั้งแต่เข้า SET ทุ่มซื้อหุ้นหลาย บจ.

GULF เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อ 6 ธ.ค.60 ด้วยธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กำลังการผลิตตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของ ณ วัน IPO อยู่ที่ 1,682.3 เมกะวัตต์ โดยระดมทุนมูลค่าการระดมทุน 23,998.50 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระหนี้และขยายการลงทุน

  • ปี 2563 ได้เริ่มเข้าซื้่อหุ้นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ซึ่งปรากฏในรายชื่อผู้ถือหุ้นครั้งแรก ณ วันปิดสมุด 22 มิ.ย.63 จำนวน 147.04 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.59% และซื้อเติมอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันปิดสมุด 24 ก.พ.68 ถือทั้งสิ้น 1,390.34 ล้านหุ้น สัดส่วน 43.36% ก่อนเข้าสู่การควบรวม INTUCH ช่วง เม.ย.68 และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ADVANC แทน
  • ปี 2564 เข้าซื้อหุ้น บมจ.เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) หรือ KEX ที่รู้จักกันในนามธุรกิจขนส่งชื่อดัง “Kerry Express” โดย ณ วันปิดสมุด 25 ส.ค.64 ถือ 48.72 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.8% จากนั้นมีการขายออกไป เพราะปิดสมุดต้นปี 65 ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว ขณะที่ KEX ก็เพิกถอนออกจาก SET โดยสมัครใจเมื่อปลายปี 68
  • ปี 2566 ได้ทุ่มกว่าหมื่นล้านบาทเข้าซื้อหุ้น บมจ.ไทยคม (THCOM) จาก INTUCH โดยล่าสุดถือหุ้น THCOM จำนวน 454.57 ล้านหุ้น สัดส่วน 41.47 ณ วันปิดสมุด 24 ก.พ.69 ซึ่งถือโดยบริษัทย่อย “กัลฟ์ เอดจ์”
  • ปี 2566 ซื้อ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต สามบีบี (3BBIF) โดย ณ วันปิดสมุด 21 พ.ย.66 ถือ 399.92 ล้านหุ้น สัดส่วน 5% ก่อนจะขายออกไปแล้วเช่นกัน เพราะปิดสมุดต้นปี 67 ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
  • ปี 2567 ซื้อหุ้นสื่อนอกบ้านรายใหญ่ บมจ.วีจีไอ (VGI) โดยเริ่มพบข้อมูลผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันปิดสมุด 11 มิ.ย.67 จำนวน 65.92 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.59% ก่อนจะขายออกไป เพราะปิดสมุดต้นปี 68 ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
  • ปี 2568 พบถือหุ้น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) จำนวน 20.54 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.87% ณ วันปิดสมุด 13 มี.ค.67 ก่อนจะทยอยซื้อเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุด ณ วันปิดสมุด 22 เม.ย.69 ถือรวม 236.81 ล้านหุ้น สัดส่วน 9.99%

ล่าสุดถือหุ้นใหญ่ 4 บจ.มูลค่ารวม 4.76 แสนล้านบาท

สรุปตั้งแต่ GULF เข้า SET เดินหน้าซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) รวม 6 บริษัท และ 1 กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระจายในหลายกลุ่มธุรกิจสำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร, ธนาคาร, ขนส่ง, สื่อนอกบ้าน จนล่าสุดถือหุ้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ถือเป็นการขยายอานาจักรธุรกิจจากโรงไฟฟ้าสู่การเป็น Holding Company ที่ถือครองสินทรัพย์หลากหลายอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน GULF ถือหุ้นใหญ่ใน 4 หลักทรัพย์ มูลค่ารวมถึง 4.76 แสนล้านบาท ประกอบด้วย

1.ADVANC จำนวน 1,202.71 ล้านหุ้น สัดส่วน 40.44% ณ วันปิดสมุด 2 มี.ค.69 คิดเป็นมูลค่า ณ ราคาหุ้น 12 พ.ค.69 ระดับ 4.23 แสนล้านบาท

2.KBANK จำนวน 236.81 ล้านหุ้น สัดส่วน 9.99% ณ วันปิดสมุด 22 เม.ย.69 คิดเป็นมูลค่า ณ ราคาหุ้น 12 พ.ค.69 ถึง 4.64 หมื่นล้านบาท

3.THCOM จำนวน 454.57 ล้านหุ้น สัดส่วน 41.47% ณ วันปิดสมุด 24 ก.พ.69 คิดเป็นมูลค่า ณ ราคาหุ้น 12 พ.ค.69 ประมาณ 5,136.69 ล้านบาท

4.MINT จำนวน 39.33 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.69% ณ วันปิดสมุด 6 พ.ค.69 คิดเป็นมูลค่า ณ ราคาหุ้น 12 พ.ค.69 ราว 853.56 ล้านบาท

Related Topics

Reported by

Sarapong Nuntivong

Sarapong Nuntivong

Senior News Editor, efinanceThai