MTL พาร์ทเนอร์เครือข่ายสุขภาพ ปิด 5 เสี่ยงธุรกิจประกันสร้างอนาคตยั่งยืน3 มิติ 

รูป MTL พาร์ทเนอร์เครือข่ายสุขภาพ ปิด 5 เสี่ยงธุรกิจประกันสร้างอนาคตยั่งยืน3 มิติ 

efinAI


เมื่อโลกผันผวนเศรษฐกิจสงครามประดัง ความเสี่ยงโรคอุบัติใหม่ค่ารักษาพยาบาลพุ่ง  สังคมผู้สูงวัยมาถึง เมืองไทยประกันชีวิต ปั้นโมเดลสร้างอนาคตธุรกิจประกันยั่งยืน 3 มิติผู้ประกัน ธุรกิจ และระบบดูแลสุขภาพ พลิกบทบาทจาก “ผู้จ่ายค่าสินไหม” สู่ “พาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพและความมั่นคงชีวิต” ตีแตกช่องว่างระบบประกันสุขภาพ วางระบบนิเวศดูแลสุขภาพครบวงจร ผ่าน M Smile Hospital Network 165 แห่งทั่วไทย ส่งประกันเหมาจ่ายสู้คู่แข่งต่างประเทศสกัดเงินกลุ่มเวลท์ไหลออก 

พร้อมกันนี้ บริษัทยังพลิกบทบาทจาก “ผู้จ่ายค่าสินไหม” ไปสู่ “พาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพและความมั่นคงชีวิต” เพื่อปิดช่องว่างระบบประกันสุขภาพไทย ผ่าน M Smile Hospital Network 165 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้ง ยังต้องการส่งประกันเหมาจ่ายแข่งขันกับต่างประเทศ และสกัดเงินกลุ่มเวลท์ไหลออกนอกประเทศ

ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ค่ารักษาพยาบาลพุ่งต่อเนื่อง

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น คนไทยวัยทำงานจึงต้องแบกรับภาระดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น เมื่ออายุเฉลี่ยของประชาชนยืนยาวขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว บริษัทประกัน และระบบสาธารณสุขไทยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน อัตราค่ารักษาพยาบาลยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทยระบุว่า Medical Inflation คาดการณ์ไว้ที่ 14% ขณะที่อัตราจ่ายจริงอยู่ที่ประมาณ 10% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ระบบประกันสุขภาพไทยยังมีช่องว่างที่ต้องเร่งแก้ไขผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน

MTL พลิกจากผู้จ่ายค่าสินไหม สู่ Health Partner

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า บริษัทต้องการออกกรมธรรม์ที่ช่วยปิดช่องว่างระบบประกันสุขภาพไทย และตอบโจทย์โลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และสุขภาพของผู้คน

ดังนั้น อนาคตของประกันชีวิตและสุขภาพจึงไม่ได้อยู่ที่การขายกรมธรรม์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้จ่ายค่าสินไหม” ไปสู่ “พาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพและความมั่นคงชีวิต” ของลูกค้า

นอกจากนี้ ธุรกิจประกันยังต้องปรับตัวจากการขายความคุ้มครองแบบเดิม ไปสู่การออกแบบทางออกที่ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และรับมือกับความเสี่ยงในโลกที่เปลี่ยนเร็วได้อย่างมั่นคง โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และระบบบริการสุขภาพเข้ามาช่วยออกแบบกลยุทธ์ธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

5 ปัจจัยเสี่ยง เขย่าธุรกิจประกันทั่วโลก

ธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์หรือราคาเบี้ยประกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไม่สงบทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือ geopolitics ที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยตรง

ขณะเดียวกัน โลกกำลังเผชิญภาวะ Deglobalization หลายประเทศหันกลับมาปกป้องเศรษฐกิจภายใน ผ่านมาตรการทางการค้าและกำแพงภาษี ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น และกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน

อีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดย KKP Research คาดการณ์ว่า GDP ไทยอาจเติบโตเพียง 1.3% ดังนั้น ผู้บริโภคจึงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และมองหาผลิตภัณฑ์ประกันที่คุ้มค่า ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ชีวิตจริงมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ โลกยังเผชิญความเสี่ยงจากโรคอุบัติใหม่ เช่น โรคติดเชื้อไวรัส หรือโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หลังโควิด-19 ผู้บริโภคเริ่มกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและความไม่แน่นอนของระบบสาธารณสุขมากขึ้น

ขณะเดียวกัน นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภาพก็มีต้นทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทประกันจึงต้องบริหารต้นทุนค่าสินไหมและค่าเบี้ยประกันอย่างสมดุล เพื่อไม่ให้เกินกำลังจ่ายของผู้บริโภค

3 มิติ ปิดช่องว่างอนาคตประกันสุขภาพ

เมืองไทยประกันชีวิตจึงออกแบบ “ประกันสุขภาพ” ให้ตอบโจทย์ 3 มิติสำคัญ

มิติแรก คือ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ผ่านบริการสุขภาพครบวงจรในทุกช่วงวัย โดยลูกค้าสามารถเลือกแผนได้ตามงบประมาณ มีความยืดหยุ่น และมีทางเลือกหลากหลาย

มิติที่สอง คือ ระบบการแพทย์ต้องมีมาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาค่ารักษาพยาบาลเกินความจำเป็น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งลูกค้าและระบบประกันในระยะยาว

ส่วนมิติที่สาม คือ ความมั่นคงของธุรกิจประกัน เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้ตลอดอายุกรมธรรม์ และบริหารต้นทุนได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ความเสี่ยงทั้ง 3 มิติจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบระบบประกันที่เชื่อมโยงทั้งระบบนิเวศสุขภาพ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การเชื่อมเครือข่ายโรงพยาบาล การให้คำปรึกษา และการดูแลหลังรักษา เพื่อให้คนไทยมีหลักประกันสุขภาพที่ใช้งานได้จริงในทุกช่วงชีวิต

เปิดตัว D Health Lite ตอบโจทย์โลกใหม่

เมืองไทยประกันชีวิตยังเปิดตัว “ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)” ประกันสุขภาพแบบใหม่ที่ให้ความคุ้มครองเหมาจ่าย พร้อมจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่น ลูกค้าสามารถเลือกแผนได้ตามงบประมาณ เด็กก็ซื้อได้ และเหมาะกับทุกวัย

นอกจากนี้ ยังรับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน ถึง 90 ปี และคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี ซึ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยที่คนไทยมีอายุยืนขึ้น และต้องการวางแผนการเงินระยะยาวมากขึ้น

Premier Legacy โมเดลใหม่ แข่งสิงคโปร์-ฮ่องกง

MTL ยังออกแบบผลิตภัณฑ์ Premier Legacy สำหรับผู้มีทรัพย์สินและการวางแผนมรดก โดยมีทั้งแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว และแบบชำระ 5 ปี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดสิงคโปร์

ทั้งสองแบบเป็นประกันชีวิตแบบ Whole Life คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญอยู่ที่แนวคิด Cash Value แบบคงที่ ที่ช่วยลดภาระการสำรองเงินของบริษัท ทำให้ค่าเบี้ยลดลงใกล้เคียงกับต่างประเทศ

ดังนั้น เมืองไทยประกันชีวิตจึงเชื่อว่า คนไทยไม่จำเป็นต้องนำเงินออกไปซื้อประกันต่างประเทศอีกต่อไป เพราะสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ภายใต้กฎหมายไทย และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ด้วย

สร้างเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือ การสร้าง M Smile Hospital Network เชื่อมเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 165 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด

โดยโรงพยาบาลในเครือข่ายจะถูกคัดเลือกจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ คุณภาพการรักษา ระดับการบริการ และการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า

ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น วงเงินคุ้มครองเพิ่มขึ้น 20% เพิ่มวันนอนโรงพยาบาล ลด Co-payment และลด Deductible

นอกจากนี้ ยังมีบริการ MTL Health Buddy ที่ช่วยแนะนำโรงพยาบาลและแพทย์ที่เหมาะสม รวมถึงระบบ Pre-authorization ที่ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดภายใน 2 วันทำการ เพื่อลดความกังวลเรื่อง Out-of-pocket Expense และช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

Related Topics

Reported by

Prakadao Baengsuntia

Prakadao Baengsuntia

Digital Asset News Editor, efinanceThai