| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 พ.ค.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 2.75 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 2.60 | | บล.พาย | ซื้อ | 2.52 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 2.04 | สรุปปัจจัยบวก + + คาดผลประกอบการและกำไรสุทธิใน 2Q69 ฟื้นตัวและเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) จากการจัดแคมเปญและงาน Event ใหญ่ เช่น งาน SC IS NOW และงาน SC Days รวมถึงการเริ่มทยอยโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) + โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ COBE รัชดา-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 7 พันล้านบาท มี Backlog รองรับสูงถึง 5.9 - 6.0 พันล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. 69 เป็นต้นไป และเป็นโครงการที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า 30% ช่วยผลักดันมาร์จิ้นรวมและผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) + คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) จะเร่งตัวและดีกว่าครึ่งปีแรก (1H69) โดยไตรมาส 4/2026 น่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากการเปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวมสูงถึง 28.5 - 28.6 พันล้านบาท (แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ 2 โครงการ ย่านบางโพและพระราม 4 มูลค่า 2.55 หมื่นล้านบาท และบ้านซีรีส์ใหม่ 8 ซีรีส์) (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) + คงเป้ายอดพรีเซล (Presale) ปี 2569 เติบโต +33% y-y (เป้าหมาย 2.7 หมื่นล้านบาท) และคงเป้ายอดโอน (Transfer) รวม JV เติบโต +25% y-y (เป้าหมาย 2.3 หมื่นล้านบาท) ซึ่งปัจจุบันมี Backlog รองรับแล้วเกือบ 50% ของเป้าหมายทั้งปี (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส) + ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (ENGINE 2 และ ENGINE 3) มีบทบาทและเติบโตสูง คาดกลุ่มรายได้ค่าเช่า (Non-residential) ปี 2026 เติบโตถึง 70% y-y ตั้งเป้ารายได้ค่าเช่ารวม JV ปีนี้ที่ 2.5 พันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างพัฒนา 2 โรงแรมใหม่ (สยามสแควร์/พัทยา) ขยายพื้นที่คลังสินค้าจาก 2 แสน ตร.ม. สู่ 3 แสน ตร.ม. (มีคลังสินค้าเสร็จเพิ่มใน มิ.ย. และ พ.ย. 26 รวม 60,000 ตร.ม.) และจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ "สแกนวา เมนทอล เวลเนส" รองรับธุรกิจสุขภาพ (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) + ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม (JV) มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง (ใน 1Q26 ขาดทุนลดลงเหลือ 16 ล้านบาท จากขาดทุน 38-71 ล้านบาทในอดีต) ได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงแรม (The Standard Pattaya และ Kromo) ที่มีอัตราการเข้าพักดีขึ้น (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.พาย) + ประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.65 - 1.75 พันล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 10% - 14% y-y ด้านมูลค่าหุ้นน่าสนใจซื้อขายบน PER ต่ำเพียง 4.5 - 5.0 เท่า และคาดการณ์ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 8% (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) สรุปปัจจัยลบ - - ผลประกอบการงวด 1Q26 ยังไม่เด่นชัดและชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (-80% QoQ) เนื่องจากเป็นช่วง Low Season และไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ ประกอบกับมีการเร่งโอนโครงการไปค่อนข้างมากแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา (บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) - อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันจากการใช้มาตรการกระตุ้นยอดขาย ส่งผลให้ GPM รวมใน 1Q26 ลดลงมาอยู่ที่ 29% (จาก 36.1% ใน 1Q25) และ GPM ของกลุ่มที่อยู่อาศัย (Residential GPM) ต่ำกว่าปกติ โดยคาดเฉลี่ยทั้งปี 2026 จะอยู่ที่ 26% - 27% ใกล้เคียงกับปี 2025 (บล.กรุงศรี, บล.พาย) - สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบยังคงมีความท้าทายสูง และเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ (บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส, บล.พาย) - ยอดพรีเซล (Presale) ในช่วง 1Q69 ทำได้เพียง 12% ของเป้าหมายรวมทั้งปี ทำให้ยังคงต้องพึ่งพาและเร่งตัวอย่างหนักในโครงการและงาน Event ช่วงที่เหลือของปี (บล.เอเซียพลัส) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |