สรุป Earnings Call : EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้านบ. ลุยพอร์ตโรงไฟฟ้าก๊าซ-พลังงานสะอาด เล็งกวาด PPA โซลาร์ 11 โครงการเข้าพอร์ต Q2/69

รูป สรุป Earnings Call : EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้านบ. ลุยพอร์ตโรงไฟฟ้าก๊าซ-พลังงานสะอาด เล็งกวาด PPA โซลาร์ 11 โครงการเข้าพอร์ต Q2/69

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 13:16 น.

EGCO มั่นใจผลงานปีนี้โตเข้าเป้า อานิสงส์ Optimization พอร์ต-รับรู้รายได้ Linden เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งงบลงทุนปีนี้ 30,000 ลบ. ลุยพลังงานสะอาด-โรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ แจงปมข้อเสนอ ซื้อหุ้นคืน ยันบอร์ดเปิดกว้าง แต่อยู่ระหว่างโฟกัสลงทุนโครงการใหม่สร้างกระแสเงินสด

นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยในงาน Earnings Call ในวันนี้ว่า มั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากการ optimization portfolio และการเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

บริษัทตั้งงบลงทุนเพิ่มเติมในปีนี้ 30,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะไม่ลงทุนในโครงการถ่านหินเพิ่มเติม สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือ Renewable เท่านั้น

โดยในระยะสั้น ปัจจุบัน ทางบริษัทมีโครงการที่อยู่ในแผน ประกอบด้วย โครงการโซลาร์ในประเทศไทย 11 โครงการ กำลังการผลิต 448.10 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนลงนามในสัญญา PPA ซึ่งลงนามไปแล้ว 3 โครงการ เหลืออีก 8 โครงการอยู่ในขั้นตอนจัดเตรียมเอกสาร และคาดว่าจะเซ็นครบ 11 โครงการในไตรมาส 2/2569 และเริ่มก่อสร้าง และทยอย COD ในปี 2571-2572

ส่วนการปรับปรุง optimization portfolio มีหลายปัจจุบันที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่า จะรักษาระดับผลประกอบการได้ คือ จะมีโครงการ QPL ที่จะเดินเครื่องตามสัญญาใหม่อย่างเต็มที่ โดยจะรับรู้รายได้เต็มปี , โครงการ Pinnacle II โดยเป็นโซลาร์ 1 โครงการ และกังหัน 1 โครงการ ซึ่งจะรับรู้กำไรเต็มปี

ขณะที่ Linden ที่ซื้อเพิ่มเติมจาก 28% เป็น 38% นั้น รับรู้รายได้แล้ว และจะรับรู้เต็มปีในปีนี้ ขณะที่ทิศทางราคาค่าไฟในตลาดสหรัฐฯ มีการปรับตัวดีขึ้นชัดเจน และส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทได้

นอกจากนี้ยังมีโครงการใน EEC หรือ ERIE ซึ่งบริษัทได้ปรับเป็นนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ระหว่างการลูกค้า โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็น Data center ในไทย ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในปีนี้ และจะพัฒนาทางด้านพลังงาน เพื่อรองรับให้กับลูกค้าในพื้นที่ของบริษัท

ส่วนกรณีที่มีคำถามเกี่ยวกับการลงทุนแล้วไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนและมีข้อเสนอให้ซื้อหุ้นคืนนั้น ในเรื่องนี้ บริษัทได้รับข้อเสนอแนะจากนักลงทุนเป็นระยะ โดยทางบริษัทได้มีการศึกษาและนำเสนอต่อคณะกรรมการเป็นระยะ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงการใหม่ เนื่องจาก โรงไฟฟ้าที่อยู่ในพอร์ตมีบางโครงการที่อยู่ในตลาดซื้อขายไฟฟ้า จะไม่มีวันหมดอายุที่ชัดเจน ดังนั้นจึงขายได้เรื่อยๆ

ขณะที่ตัวที่มีสัญญา PPA ในประเทศไทย หรือ ฟิลิปปินส์ สัญญาจะหมดอายุชัดเจน บริษัทจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อต่อกระแสเงินสดเพิ่มผลประกอบการในอนาคต เพื่อทดแทนโครงการที่จะหมดอายุตามสัญญาในอนาคต

ส่วนการซื้อหุ้นคืน จะมีการคำนวณผลตอบแทนและเทียบหากเมื่อไหร่ที่บริษัทเริ่มไม่มีโครงการให้ลงทุน หรือ ลงทุนแล้วไม่คุ้ม ผลตอบแทนต่ำกว่าการซื้อหุ้นคืน ก็เข้าใจว่า คณะกรรมการอาจพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว โดยยืนยันว่า ไม่ได้ปิดกั้นสำหรับการซื้อหุ้นคืน

นายธวัช หิรัญจารุกร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ EGCO กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาผลประกอบการที่ลดลงนั้น เกิดจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งภายในและภายนอก ทั้งเศรษฐกิจของโลกและการควบคุมค่าไฟฟ้าในแต่ละประเทศ ส่งผลทำให้ในบางประเทศอาจได้ค่าไฟในระดับที่ลดลง แต่เชื่อว่าจะเป็นช่วงสั้นเท่านั้น ขณะที่ระยะยาว บริษัทจึงมีการปรับพอร์ตและการปรับฐานการลงทุน เพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและยั่งยืนในระยะยาว

โดยบริษัทจะมีการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อหาผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งจะลงทุนในกลุ่มใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ หรือ พลังงานทดแทน ทั้งในและต่างประเทศ

รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพ สร้างผลประโยชน์จากสินทรัพย์เดิมให้มากยิ่งขึ้น และลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ และทยอยรับรู้รายได้จากโครงสร้างการลงทุนใหม่ๆที่อยู่ในแผนการดำเนินงานด้วย โดยยังเชื่อมั่นว่า ยังคงสามารถที่จะรักษาการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

สำหรับโครงการที่อยู่ในแผนงาน ประกอบด้วยดังนี้

1.โครงการ PT Chandra Daya Investasi (CDI) เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคในอินโดนีเซีย ซึ่งธุรกิจหลักของ CDI มี 4 ธุรกิจ คือ ไฟฟ้า น้ำประปา คลังเก็บสินค้า และการขนส่ง มีทั้งทางเรือและรถบรรทุก การขยายตัวของธุรกิจไฟฟ้ายังขยายตัวได้ และทำ Floating solar เพิ่มเติมอีก 32 เมกะวัตต์ รวมถึงกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาทำโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 200 เมกะวัตต์ ในเขตนิคมดังกล่าว

สำหรับธุรกิจน้ำประปา จะจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม และทำโรงบำบัดน้ำ เพิ่มเติมด้วย ขณะที่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ คลังเก็บสินค้า และ Jetty ดังกล่าวนั้นมีแนวโน้มจะทำเพิ่มเติม ทั้งการพัฒนาถังเก็บ และระบบท่อ pipeline โดยจะขยายตัวเพื่อรองรับการจัดเก็บของโรงงานในอนาคต และธุรกิจโลจิสติกส์และท่าเรือ ในปีนี้ ตั้งเป้าหมายเพิ่มเรือ 4 ลำในปีนี้ และภาพรวมจะมีการขยายทั้งทางเรือและรถบรรทุกเพิ่มเติม

2.โครงการ Apex Clean Energy (APEX) ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ทั้ง Solar , Winfarm และ Battery Storage ซึ่งลงทุนในสหรัฐฯอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวหลังเริ่มพัฒนาจนแล้วเสร็จ จะมีการพัฒนาขายออกในบางส่วนเช่นกัน เพื่อนำเงินกลับมาและหมุนเวียนไปลงทุน เพื่อขยายพอร์ตการลงทุนต่อไป โดยการขายโครงการเฉลี่ย 1,000 เมกะวัตต์ โดยส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือเดินเครื่องก็มีการขายออกไปด้วย

ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 โครงการ กำลังการผลิต 698 เมกะวัตต์ โดยโครงการแรกเป็น Battery Storage ซึ่งมีการขายออกไปบ้างส่วน , โครงการ Rocky Forge Wind อยู่ที่เวอจิเนียร์ มีสัญญา PPA เรียบร้อยแล้ว กำลังการผลิต 78 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ได้ ในไตรมาส 4/2569 , โครงการ Emerson Cresk wind คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2570 กำลังการผลิต 269 เมกะวัตต์ และ Cole Wind คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2570 กำลังการผลิต 311 เมกะวัตต์

ปัจจุบัน EGCO มีโรงไฟฟ้าทั้งสิ้น 48 แห่ง เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 6,800 เมกะวัตต์ และยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง 122 เมกะวัตต์ ใน 7 ประเทศ รวมประเทศไทย ส่วนสัดส่วนการลงทุนในประเทศไทยอยู่ที่ 42% และธุรกิจหลักเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ IPP โดยมีสัญญาระยะยาวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) สำหรับในธุรกิจที่ต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ที่สหรัฐฯ 21% ขณะที่เกาหลีใต้ 13% เป็น Power Pool ลาว 10% ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำทั้งหมด และขายกลับมายังประเทศไทย เป็นต้น

หากดูจากสัดส่วนเชื้อเพลิง โดยเป็นเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ 57% มีพลังงานหมุนเวียน 24% ซึ่งทยอยเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด (ณ วันที่ 27 พ.ค. 69) ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO จาก efin.finance ดังนี้

คาดการณ์กำไรปี 2026 จะมีน้ำหนักไปที่พอร์ตการลงทุนในสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยมีแรงหนุนสำคัญจากโครงการ Linden Topco, Pinnacle II และ Apex รวมถึงจะมีการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนใน BPU และ KLU เข้ามาช่วยขับเคลื่อน (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)

วางงบลงทุน (Capex) จำนวน 30,000 ล้านบาทในปี 2026 เพื่อรองรับและสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในระยะสั้นกำไรจะยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์เดิม (legacy assets) เป็นหลักก็ตาม (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)

ประเมินว่ากำไรในช่วง 2H/69 มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากฐานที่ต่ำของช่วง 2H/68 อีกทั้งผลการดำเนินงานยังมีอัพไซด์ (upside) ที่จะเข้ามาช่วยหนุนจากโอกาสในการเกิดดีลควบรวมและซื้อขายกิจการ (M&A) ในอนาคต (บล.เคจีไอ)

คาดการณ์กำไรหลักในไตรมาส Q2/69 จะได้แรงเข้ามาช่วยพยุงบางส่วนจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า IPP ในประเทศไทย ที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงหรือไฮซีซั่น (high season) (บล.เคจีไอ)

แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของกำไรหลัก (core EPS) คาดว่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้ราว 5%-10% ในปี 2570–2571F แม้ว่าในระยะสั้นจะมีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2569–2571F ลงจากสมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้นก็ตาม (บล.เคจีไอ)

ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น EGCO เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-price-stocknews


Related Topics

Reported by

Pattraporn Kiattinant

Pattraporn Kiattinant

News Editor, efinanceThai