ของดีราคาถูก ต่างชาติเล็งเข้าซื้อธุรกิจญี่ปุ่น รับอานิสงส์เยนอ่อนค่า

รูป ของดีราคาถูก ต่างชาติเล็งเข้าซื้อธุรกิจญี่ปุ่น รับอานิสงส์เยนอ่อนค่า

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 16:49 น.


ค่าเงินเยนที่อ่อนลงต่อเนื่องกำลังเปลี่ยนสมการมูลค่าของสินทรัพย์และบริษัทในญี่ปุ่นให้ดูน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันต้นทุนการขยายกิจการของบริษัทญี่ปุ่นในต่างประเทศกลับสูงขึ้น ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มทบทวนมาตรการป้องกันการถูกเทกโอเวอร์อย่างจริงจัง และอาจเปิดทางให้ดีลควบรวมและเข้าซื้อกิจการในญี่ปุ่นคึกคักขึ้นอีกระลอก

รายงานระบุว่า กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น หรือ METI กลับมาเดินหน้าศึกษาแนวทางกำกับดูแลดีล M&A อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ หลังเว้นช่วงไป 3 ปี ท่ามกลางกระแสเงินทุนโลกที่กำลังมองหาดีลเชิงคุณค่าในประเทศที่ค่าเงินอ่อนลง ขณะที่ภาคธุรกิจญี่ปุ่นเองก็ต้องประเมินความเสี่ยงจากการถูกซื้อกิจการมากขึ้น

เยนอ่อนทำให้บริษัทญี่ปุ่นถูกลงในสายตาต่างชาติ

บทความชี้ว่าเมื่อค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่อง มูลค่าบริษัทและสินทรัพย์ในญี่ปุ่นเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินต่างประเทศจะดูต่ำลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเจรจาซื้อกิจการ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ สายการผลิต หรือแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

ในอีกมุมหนึ่ง การที่บริษัทญี่ปุ่นต้องใช้งบลงทุนมากขึ้นหากต้องขยายกิจการไปต่างประเทศ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านการเข้าซื้อกิจการข้ามชาติอ่อนแรงลง โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและภาระทางการเงินสูง

สัดส่วนดีลซื้อกิจการต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นลดลงชัดเจน

ข้อมูลในข่าวระบุว่า ดีลที่บริษัทญี่ปุ่นเข้าไปซื้อกิจการต่างประเทศเคยพุ่งสูงสุดในปี 1990 คิดเป็น 61% ของดีลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทญี่ปุ่น แต่ในปีล่าสุดสัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 13% สะท้อนว่าการขยายกิจการออกนอกประเทศกลายเป็นเรื่องยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มนี้สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ทั้งต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น ความผันผวนของค่าเงิน และการแข่งขันด้านการประเมินมูลค่าที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในสภาวะที่บริษัทญี่ปุ่นต้องระมัดระวังมากขึ้นเรื่องสภาพคล่องและผลตอบแทนจากการลงทุน

ต่างชาติเร่งเข้าซื้อกิจการญี่ปุ่นมากขึ้น

ในทางกลับกัน ดีลที่ต่างชาติเข้ามาซื้อบริษัทญี่ปุ่นซึ่งเคยอยู่ราว 2% ในยุคฟองสบู่ ปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ราว 7% ถึง 8% และจำนวนดีลเพิ่มขึ้นถึง 16 เท่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าญี่ปุ่นกำลังกลายเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนเชิงกลยุทธ์และกองทุนจากต่างประเทศ

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง ได้แก่ EQT จากยุโรปเข้าซื้อ Fujitec ในปี 2025, Yageo จากไต้หวันทำ tender offer สำเร็จเพื่อซื้อ Shibaura Electronics ปลายปีก่อน รวมถึงข้อเสนอซื้อ Seven & i Holdings จาก Alimentation Couche-Tard ของแคนาดาในปี 2024 แม้การเจรจาจะล่มไปแล้วก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำว่าบริษัทญี่ปุ่นกำลังเผชิญแรงกดดันจากทุนต่างชาติที่มองเห็นมูลค่าที่ซ่อนอยู่ในสินทรัพย์และธุรกิจของญี่ปุ่น

ผลกระทบต่อผู้ลงทุนและตลาดการเงิน

สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่า ค่าเงิน สามารถเปลี่ยนสมการมูลค่าของบริษัทได้อย่างมาก และส่งผลต่อมุมมองต่อหุ้นญี่ปุ่นในเชิงประเมินมูลค่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังอาจกระทบทางอ้อมต่อหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ M&A ธีมการประเมินมูลค่า และธุรกิจที่มีสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ซึ่งอาจถูกเปรียบเทียบในเชิงดีลข้ามประเทศ

ในภาพรวม ผู้ลงทุนควรติดตามท่าทีของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะความผันผวนของเยนอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อนำเข้า และกระตุ้นให้เงินทุนบางส่วนโยกไปยังสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เช่น ทองคำ และ พันธบัตรคุณภาพสูง ขณะเดียวกันยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางดีลซื้อกิจการในญี่ปุ่นต่อจากนี้

  • ประเด็นสำคัญ: เยนอ่อนเพิ่มโอกาสดีลซื้อกิจการญี่ปุ่น
  • ผู้กำกับดูแล: METI กลับมาศึกษากติกา M&A
  • สัญญาณตลาด: ต่างชาติสนใจบริษัทญี่ปุ่นมากขึ้น
  • สิ่งที่ต้องติดตาม: นโยบาย BOJ และความผันผวนค่าเงิน

Related Topics

Reported by

efin Reporter

efin Reporter