| ธนจิรา กรุ๊ป โชว์ศักยภาพQ1/2569รายได้รวม 508 ล้านบาท โต 4.6%กำไรสุทธิ 40.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% ชูกลยุทธ์ Business Resilience กระจายพอร์ตสินค้าพรีเมียม รับมือเศรษฐกิจผันผวนแรง ดันออนไลน์-ไลฟ์สไตล์-บิวตี้แอนด์เวลเนส และธุรกิจต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง กรุงเทพฯ 15 พฤษภาคม 2569: บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) มีรายได้รวม 508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และมีกำไรสุทธิ 40.1 ล้านบาท เติบโต 3.2% แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากสภาวะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของกำลังซื้อ โดยมีปัจจัยสนันสนุนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะ HARNN ในจีน การขยายตัวต่อเนื่องของช่องทาง E-Commerce รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ แบรนด์ PANDORA หลังการปรับโครงสร้างทีมบริหาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขายและการบริหารต้นทุน นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างแบรนด์ในประเทศ ธุรกิจ ต่างประเทศ และช่องทางการขายที่หลากหลาย เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรีเทลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายศักยภาพของ E-Commerce โดยเฉพาะการพัฒนา Social Commerce ผ่าน TikTok ช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อีกทั้งบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่าย และการลงทุนอย่างรอบด้านภายใต้กรอบความมีวินัยในการลงทุนอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความสมดุล และการเติบโตอย่างมั่นคง” โดยในช่วงไตรมาส 1 บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการเติบโตจากธุรกิจในต่างประเทศ สร้างรายได้รวม 65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% โดยเฉพาะจีน เติบโต 64.6% เวียดนาม 16.8% และสิงคโปร์ 6.2% โดย HARNN Greater China มีสัดส่วนมากที่สุดในกลุ่มกิจการต่างประเทศ สามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายสินค้า HARNN ในร้านค้า Cosmetic Chain Store, Specialty Store รวมอยู่มากกว่า 570 จุดขายใน 12 มณฑลได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง เหอหนาน เฮยหลงเจียง เจียงซู เจ้อเจียง อานฮุย เสฉวน ชานซี ซินเจียง ธิเบต เจียงซี และซานตง โดยมีร้าน Concept Store ภายใต้แบรนด์ HARNN ซึ่งบริหารโดยตัวแทนจำหน่าย อยู่ 6 สาขา และร้าน HARNN Flagship Store ที่เปิดดำเนินการโดยบริษัทฯ อยู่ที่เมืองหางโจว และร้าน SCape by HARNN 1 สาขา ที่เมืองหูโจว เป็น Spa Franchise บริหารโดยตัวแทนจำหน่าย ทั้งนี้ในส่วนของช่องทางออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการขายสินค้าของธุรกิจในประเทศจีนสามารถสร้างยอดขายได้ดีผ่าน E-Commerce Platform รวมถึงช่องทาง Cross Border ทุก Platform (รับโอนสิทธิ์จาก HARNN ประเทศไทย) และ Livestreaming ต่างๆ เช่น T-Mall, Xiao Hong Shu, Douyin, Kuaishou, WeChat Channels, Youzan, JD.com, Vipshop ฯลฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการในกลุ่มธุรกิจในประเทศ อยู่ที่ 433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสามารถแบ่งรายได้แยกตามกลุ่มธุรกิจดังนี้ กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ มีสัดส่วนคงที่ 51% โดยแบรนด์ PANDORA ได้มีปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ ทำให้มีการฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น กลุ่มธุรกิจแฟชั่น มีสัดส่วนคงที่ 23% กลุ่มธุรกิจความงามและเวลเนส มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 20% จากการเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าและการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม มีสัดส่วนลดลงจาก 8% เป็น 6% จากกลุ่ม Gordon Ramsay เป็นหลัก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการด้าน Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและยกระดับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ TANACHIRA CLUB ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 3 (เดือนกันยายน) ปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิด Customer Centric และสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับกลุ่มบริษัทฯ ปัจจุบัน TANACHIRA CLUB มีสมาชิกจำนวน 84,335 ราย ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นจาก 74,110 ราย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ขณะที่ยอดขายจากสมาชิกเติบโต 22.6% จาก 167 ล้านบาท เป็น 205 ล้านบาท รวมถึงจำนวนสมาชิกที่กลับมาซื้อซ้ำเพิ่มขึ้น 265% และความถี่ในการซื้อเพิ่มขึ้นจาก 1.1 เป็น 1.4 ครั้งต่อสมาชิก สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการนำ Data และ Customer Insight มาพัฒนาการตลาดและประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทฯ จึงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) Expansion: ขยายฐานลูกค้าใหม่ สร้างโอกาสการเติบโต เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตแบรนด์ ผ่านกิจกรรมทางการตลาด และการต่อยอด Ecosystem ของ TANACHIRA CLUB เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตระยะยาว 2) Excellence: ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการหน้าร้าน การพัฒนาทีมขายและงานบริการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า 3) Sustainability: มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หลัก ESG ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมมาภิบาล โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบคอบ ทั้งด้านการลงทุน และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
|