| TFM (HOLD : Fair Price : Bt 7.20) : 1Q26 กำไรสุทธิ 148 ล้านบาทเราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล หลังจากปรับกำไรสุทธิปี 26 ลงจากเดิม 9% เหลือ 718 ล้านบาท (-2%YoY) เพื่อสะท้อน ถึงปัญหาต้นทุน ราคาปลาป่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตั้งแต่กลางปี 25 กดดันให้กำไรขั้นต้นในช่วง 1Q26 ออกมาเหลือเพียง 20% จากระดับ 22% ในปี 25 แม้ว่าผลประกอบการงวด 1Q26 จะยังเห็นการเติบโตได้ดีที่ 12%YoY หลังจากยอดขายกลุ่มอาหารกุ้งในประเทศเติบโตขึ้นอย่างมาก สำหรับความคืบหน้าการลงทุนที่เอกวาดอร์ มีการเปิดเผยพาร์ทเนอร์เพิ่มอีก 1 รายคือ Avanti ผู้ประกอบการอาหารสัตว์น้ำจากอินเดีย โดยยังคงเป้าหมายการเริ่มผลิตในปี 28 เป็นต้นไป 1Q26 กำไรสุทธิ 148 ล้านบาท (+12%YoY,-20%QoQ)• TFM มีกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 148 ล้านบาท (+5%YoY,-25%QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อย เพราะมีการควบคมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เป็นอย่างดี แต่โดยรวมเริ่มเห็นผลกระทบจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดขายยังเติบโตได้ดีก็ตาม • รายได้ที่ 1,325 ล้านบาท (+8%YoY,-19%QoQ) เทียบกับปีก่อนเติบโตจากธุรกิจอาหารกุ้งในประเทศที่มีจากการมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น แม้ตลาดที่อินโดนีเซียจะมีรายได้ลดลงหลังมีการแข่งขันมากขึ้น ส่วนอาหารปลารายได้ทรงตัวหลังจากมีการขายไปยังอาหารปลาอื่นอกเหนือจากปลากระพง แต่สัตว์บกลดลงแรงจากการขายธุจกินที่ปากีสถานและการเลี้ยงในประเทศที่ยังไม่ดีนักจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ส่วนเทียบกับ 4Q25 เป็นผลตามฤดูกาล • กำไรขั้นต้นที่ 20% ลดลงจาก 21.7% ใน 1Q25 และ 22.3% ใน 4Q25 ถูกกดดันจากต้นทุนราคาปลาป่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 31%YoY และ 9%QoQ ที่ทำให้กำไรขั้นต้นในทุกธุรกิจปรับตัวลดลง (ยกเว้นธุรกิจอาหารสัตว์บกที่กำไรขั้นต้นดีขึ้น จากการปรับการขายมาเน้นสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูงมากขึ้น) สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 117 ล้านบาท (-4%YoY,-23%QoQ) เกิดจากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี และการบันทึกกลับหนี้สงสัยจะสูญเข้ามา 1 ล้านบาทจากที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในปีก่อนประมาณ 7 ล้านบาท • อัตราภาษีจ่ายที่ 10% ลดลงจาก 15% ใน 1Q25 หลังจากได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ที่เริ่มเห็นตั้งแต่ 3Q25 แต่เพิ่มจาก 1% ใน 4Q25 เพราะงวดดังกล่าวมีการปรับปรุงภาษีทำให้ต่ำกว่าปกติ พยายามรักษากำไรขั้นต้นให้อยู่ในกรอบ 18-20%ภาพรวมในช่วง 2Q26 ในด้านรายได้ TFM คาดยังเห็นการฟื้นตัวจาก 1Q26 หลังจากเริ่มเข้าสู่ฤดูเลี้ยงก้งของเกษตรกร รวมถึงธุรกิจที่อินโดนีเซียที่คาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัว ขณะที่ผลกระทบจากราคาปลาป่น ที่ปรับตัวเพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q25 เป็นต้นมา จากระดับ 37 บาท/กก. เป็น 47 บาท/กก. ในปัจจุบัน ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าจะพยายามควบคุมต้นทุนด้านอื่นเพื่อให้ยังรักษาระดับกำไรขั้นต้นให้อยู่ในกรอบ 18-20% ความคืบหน้าการลงทุนที่เอกวาดอร์เป็นไปตามแผนที่จะเปิดในปี 28 โดยมีการแจ้งพาร์ทเนอร์ที่ร่วมลงทุนเพิ่มคือ Avanti จากอินเดีย อีกราย ต้นทุนพุ่งไม่หยุด ปรับกำไรทั้งปีลงจากแนวโน้มต้นทุนราคาปลาป่นที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทำให้เราปรับกำไรสุทธิในปี 26 ลงจากเดิม 9% มาอยู่ที่ 718 ล้านบาท (-2%YoY) โดยปรับกำไรขั้นต้นลงเหลือ 19.7% จากเดิม 20.1% และผลจากการปรับกำไรสุทธิลงทำให้เราประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 7.2 บาท (10XPER’26E) ราคาปัจจุบันมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมเพียง 7% เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” เพื่อรับเงินปันผลที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 9% สำหรับปี 26 นี้ Analyst: Dome Kunprayoonsawad Registration No.10196 Email: dome.ku@pi.financial |