สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ จัดงานเสวนา “ปลดล็อกมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ สู่ทางรอดผู้รับเหมาไทยยุคน้ำมันแพง”

รูป สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ จัดงานเสวนา “ปลดล็อกมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ สู่ทางรอดผู้รับเหมาไทยยุคน้ำมันแพง”

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 15:47 น.

กรุงเทพมหานคร, 25 พฤษภาคม 2569 - เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเสวนา: ปลดล็อกมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ สู่ทางรอดผู้รับเหมาไทยยุคน้ำมันแพง ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ ถนนวิทยุ โดยมุ่งเป้าให้งานเสวนาครั้งนี้ เป็นเวทีให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อประเด็นปัญหาการบังคับใช้แนวทางปฏิบัติ ว242 "แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง" ของกรมบัญชีกลาง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่


1.นางสาวยุบล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
2.นางสาวสุธาสินี ศรีมานะศักดิ์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง
3.ดร.ธนัท เวสารัชชานนท์ อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
4.นายกำลาภ วิวัฒน์พลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนไลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
5.นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ดำเนินรายการ)


ดร.ธนัท เวสารัชชานนท์ อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน และร่วมเสวนา กล่าวว่า “ปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการก่อสร้าง ทั้งในเรื่องปัญหาสภาพคล่อง และความสามารถในการบริหารงานโครงการต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามสัญญา ซึ่งต้องขอขอบคุณกรมบัญชีกลางที่ได้ออกแนวทางปฏิบัติมาอย่างทันท่วงที แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้ของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่กล้าใช้ดุลพินิจในการงด ลดค่าปรับ หรือขยายระยะเวลาตามสัญญาได้ ทำให้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการนี้ จึงอยากเสนอให้กรมบัญชีกลางออกเป็นหนังสือเวียนซักซ้อมความเข้าใจ โดยระบุระยะเวลาการขยายอายุสัญญาที่ชัดเจน”


นายกำลาภ วิวัฒน์พลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนไลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตัวแทนผู้ประกอบการก่อสร้าง กล่าวว่า “นอกจากการที่หน่วยงานคู่สัญญาไม่กล้าใช้ดุลพินิจในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือแล้ว ผู้ประกอบการยังประสบปัญหาในการจัดหาเอกสารและหลักฐานประกอบต่างๆ เช่น เอกสารที่แสดงให้เห็นได้ว่าต้นทุนของวัสดุ ครุภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการ มีราคาเพิ่มสูงขึ้น หรือขาดแคลน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐต้องการเอกสารฉบับจริง แต่ทาง Supplier ไม่สามารถออกให้เป็นรายบริษัทได้ จึงอยากให้กรมบัญชีกลางพิจารณายกเลิกเงื่อนไขนี้ออกไป เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือขอรับความช่วยเหลือได้ตามมาตรการ”


ภายหลังการเสวนา และการจัดให้มีช่วง Q&A ร่วมคิด ร่วมแก้ สะท้อนปัญหาภายใต้มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและข้อเสนอแนะจากสมาชิกสมาคมฯ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหาแนวทางปฏิบัติ ว242 โดยขอให้กรมบัญชีกลางได้ออกหนังสือเวียนซ้อมความเข้าใจเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ ดังนี้


- ขอให้กรมบัญชีกลางกำหนดระยะเวลาการขยายอายุสัญญา ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลา 81 วัน (อ้างอิงวันที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเรื่องค่า K เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไป เห็นสมควรมอบหมายให้กรมบัญชีกลางกำหนดขยายระยะเวลาเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม


- ขอให้ยกเลิกการใช้เอกสารหรือหลักฐานประกอบ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุสุดวิสัย และเป็นประเด็นที่ภาครัฐรับทราบถึงความเป็นมาและผลกระทบอยู่แล้ว


- ขอให้ผู้รับจ้างสามารถปฏิเสธงานเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมได้ ในกรณีที่งานเพิ่มเติมมีสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าสัญญาเดิมโดยไม่ถือว่าผิดสัญญา หรือให้สิทธิในการตกลงราคาใหม่ได้ตามสภาวะราคาในปัจจุบัน


- กำหนดให้ค่าใช้จ่ายที่เกิดเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ใช่ความผิดของผู้รับจ้าง รวมถึงต้นทุนต่างๆ จะต้องถูกนำมาคิดใน BOQ ด้วย


อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากภาพรวมการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะภายใต้มาตรการช่วยเหลือ ว242 ของกรมบัญชีกลางแล้ว ยังมีประเด็นปัญหาเรื่องตัวแปรค่าดัชนีราคาที่รวบรวมโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เมื่อเทียบกับความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ ยกตัวอย่างเช่น ราคาคอนกรีต ณ ปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในขณะที่ดัชนีราคาซีเมนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2569 ปรับขึ้นเพียง 2% เท่านั้น สมาคมฯ จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาทบทวนและปรับปรุงดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factor (ค่า K) ให้สะท้อนสถานการณ์จริงเป็นการเร่งด่วน รวมถึงประเด็นข้อเสนอในเรื่องการบริหารสัญญาที่เป็นธรรม การกำหนดระยะเวลาจ่ายค่า K และการกำหนดให้งานบางประเภทที่ไม่มีค่า K และได้รับผลกระทบ ก็ขอให้มีค่า K เช่น งาน Cement Column และงานสายไฟ และให้รวมงานคุรุภัณฑ์ติดโครงการในการคิดค่า K ยังคงเป็นประเด็นที่สมาคมฯ จะต้องติดตามขอรับความช่วยเหลือ


โดยสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความคิดเห็นของภาคเอกชนในเวทีนี้จะสามารถสะท้อนปัญหา เพื่อส่งต่อข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากหน้างานไปสู่ภาครัฐได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะได้นำเสนอต่อกรมบัญชีกลางอย่างเป็นทางการต่อไป


จากซ้ายไปขวา1)นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
2)นางสาวสุธาสินี ศรีมานะศักดิ์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง
3)นางสาวยุบล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
4)ดร.ธนัท เวสารัชชานนท์ อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
5)นายกำลาภ วิวัฒน์พลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนไลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


Related Topics

Reported by

Sakchai Ngokngam

Sakchai Ngokngam

International News Officer, efinanceThai