OECD ชี้เศรษฐกิจโลกจ่อสะดุด เหลือโต 2.9% ปีนี้ เหตุวิกฤตอิหร่านทำพลังงานพุ่ง

รูป OECD ชี้เศรษฐกิจโลกจ่อสะดุด เหลือโต 2.9% ปีนี้ เหตุวิกฤตอิหร่านทำพลังงานพุ่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 มี.ค. 69 11:10 น.

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นได้บั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เคยมีแนวโน้มว่าจะแข็งแกร่ง สาเหตุหลักมาจากการชะงักงันของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกดดันให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

OECD ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.3% ในปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 2.9% ในปีนี้ ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.0% ในปี 2027 เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งหักล้างปัจจัยบวกจากการลงทุนที่แข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยี, อัตราภาษีศุลกากรที่ลดลง และโมเมนตัมที่ส่งต่อมาจากปี 2025

มาเทียส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนในระดับสูงในเรื่องระยะเวลาและขนาดของความขัดแย้ง แนวโน้มดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงด้านลบที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลให้การเติบโตชะลอตัวลงและอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น

ฉากทัศน์กรณีเลวร้ายและผลกระทบจากราคาพลังงาน

- รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ Interim Economic Outlook ฉบับล่าสุดของ OECD ประเมินจากสมมติฐานทางเทคนิคที่มองว่า ภาวะอุปทานชะงักงันของตลาดพลังงานจะคลี่คลายลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยราคาน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ย จะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2026 เป็นต้นไป

- การคาดการณ์ในปี 2026 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากการประเมินเมื่อเดือนธ.ค. 2025 แต่ตัวชี้วัดเบื้องต้นหลังจากช่วงนั้น ซึ่งเคยบ่งชี้ว่า จีดีพีโลกอาจถูกปรับเพิ่มขึ้น 0.3 จุด ในปีนี้ หากความขัดแย้งไม่ลุกลาม แต่การปรับเพิ่มดังกล่าวได้ถูกลบหายไปทั้งหมดจากผลกระทบของการสู้รบ

- ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ นำไปสู่คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (G20) จะขยับสูงกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม 1.2 จุด ขึ้นมาอยู่ที่ 4.0% ในปีนี้ ก่อนจะลดลงสู่ 2.7% ในปี 2027

- ในกรณีเลวร้ายที่ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมและยืนระยะอยู่ในระดับสูงนานออกไป การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะลดลง 0.5 จุด ภายในปีที่สองที่ได้รับผลกระทบ และอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น 0.9 จุด

แนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

- สงครามกำลังซ้ำเติมสถานการณ์การค้าที่ซับซ้อนอยู่ก่อนแล้ว โดยอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ลดลงภายหลังศาลฎีกามีคำวินิจฉัยให้การจัดเก็บภาษีภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ปี 1977 เป็นโมฆะ ส่งผลภาษีที่บังคับใช้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่งรวมถึงบราซิล จีน และอินเดียลดลงอย่างมาก แต่อัตราภาษีศุลกากรโดยรวมของสหรัฐฯ ก็ยังคงสูงกว่าระดับก่อนปี 2025 อยู่มาก

- การเติบโตของสหรัฐฯ คาดว่าจะชะลอตัวลงจาก 2.0% ในปี 2026 มาอยู่ที่ 1.7% ในปี 2027 โดยคาดว่า แรงส่งจากการลงทุนที่แข็งแกร่งในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะถูกหักล้างจากการชะลอตัวของการเติบโตของรายได้ที่แท้จริงและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

- ทั้งนี้ก่อนคำวินิจฉัยของศาลฎีกา OECD ประเมินเมื่อเดือนธ.ค. 2025 ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2026 จะเติบโต 1.7% และ 1.9% ในปี 2027

- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าจะแตะระดับ 4.2% ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 1.2 จุด จากการคาดการณ์ครั้งก่อน

แนวโน้มการเติบโตในภูมิภาคหลัก (จีน, ยูโรโซน และญี่ปุ่น)

- เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4.4% ในปี 2026 และอยู่ที่ 4.3% ในปี 2027 โดยยังคงเป็นไปตามคาดการณ์ครั้งก่อนของ OECD ทั้งสองปี

- การเติบโตของจีดีพีในกลุ่มยูโรโซนคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 0.8% ในปี 2026 เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2% ในปี 2027 โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับลดคาดการณ์ลงอย่างมากจากเดือนธ.ค. ที่เคยประเมินไว้ว่า กลุ่มยูโรโซนจะเติบโต 1.2% ในปีนี้ และ 1.4% ในปี 2027

- เศรษฐกิจญี่ปุ่นคาดว่า จะเติบโตที่ 0.9% ทั้งในปี 2026 และ 2027 ไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากการลงทุนภาคธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่งช่วยหักล้างต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

OECD กระตุ้นให้ธนาคารกลางทั่วโลกเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ สร้างความมั่นใจว่า การออกมาตรการช่วยเหลือภาคครัวเรือนจะต้องมุ่งเป้าอย่างแม่นยำและมีการจำกัดกรอบเวลา

ที่มา Reuters


Related Topics

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju