| ธปท. เผยครัวเรือนไทย เป็นหนี้เร็ว-นานถึงเกษียณ พบอายุเกิน 70 ปี ยังมีหนี้เฉลี่ยกว่า 2 แสนบาท ดันคลินิกแก้หนี้-ทางด่วนแก้หนี้ ช่วยแล้วกว่า 6 แสนบัญชี แนะทางออกหนี้นอกระบบ นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนา หัวข้อ Financial Literacy การเงินดี ชีวิตดี ว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย 10 ปีที่ผ่านมา คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น มากขึ้น นานขึ้น และพบว่า 1.เป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดย 50% ของคนไทยอายุ 30 ปีมีหนี้ 2.คนไทยมีหนี้มากขึ้น โดยพบว่า คนไทย 21 ล้านคนที่มีหนี้กว่า 3 ล้านคน หรือ 15.9% เป็นหนี้เสีย 3. เป็นหนี้นานขึ้น เกษียณแล้วหนี้ยังไม่หมด โดยพบว่า คนอายุ 60-69 ปี มีหนี้เฉลี่ย 453,438 บาทต่อราย และ คนอายุ 70-79 ปี มีหนี้เฉลี่ย 287,932 บาทต่อราย “ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหน จะพบว่า รายจ่ายโดยเฉลี่ยมากกว่ารายได้เสมอ และครัวเรือนไทยมีหนี้สูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยจากข้อมูลไตรมาส 3/2568 พบว่า เป็นหนี้ที่อยู่อาศัย 35% ส่วนบุคคล 27% เพื่อประกอบอาชีพ 18% รถยนต์ 8% บัตรเครดิต 3% และอื่นๆ 9%”นางสาวชญาวดี กล่าว สำหรับปัจจุบัน ธปท.มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้ผ่านมาตรการต่างๆ ประกอบด้วย 1.ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เหลือภาระหนี้ NPL ไม่สูง ให้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ มีประวัติการชำระหนี้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการลดภาระหนี้ ประวัติในเครดิตบูโรดีขึ้น มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้ 2.คลินิกแก้หนี้ ช่องทางปรับปรุงโครงสร้างหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคที่ไม่มีหลักประกัน โดยตั้งแต่เริ่มโครงการ มิ.ย. 2560 มีจำนวนแล้ว 314,045 บัญชี 3.ทางด่วนแก้หนี้ ช่องทางเสริมออนไลน์ในการขอความช่วยเหลือ ด้านการผ่อนชำระหนี้ ซึ่งมีจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือสะสมแล้วตั้งแต่เริ่มโครงการ เม.ย. 2563 รวม 308,028 บัญชี 4.หมอหนี้เพื่อปะชาชน ช่องทาให้คำปรึกษาหนี้ครบวงจร โดยปัจจุบันมีจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับคำปรึกษาแล้วตั้งแต่เริ่มโครงการ ม.ค. 2564 รวม 14,944 ราย โดยปี 2569 อบรมหมอหนี้ L1-L2 รวม 4,980 ราย อบรมหมอหนี้ L3 รวม 343 ราย โดยผู้ที่ขอรับคำปรึกษาได้ คือ ลูกหนี้รายย่อย ตั้งแต่ลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงลูกหนี้ธุรกิจ เอสเอ็มอี ทั้งสินเชื่อเพื่อใช้สำหรับประกอบธุรกิจ และการซื้อวัตถุดิบ โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ส่วนตัว ด้านหนี้นอกระบบ มีวิธีการแก้ไขปัญหา คือ 1.เจรจากับเจ้าหนี้ เช่น ขอลดดอกเบี้ย 2.หาเงินมาปิดหนี้ ขอความช่วยเหลือจากครอบครัว หรือ ขายทรัพย์สินที่มี 3.ขอสินเชื่อในระบบ เช่น สินเชื่อเพื่อแก้หนี้นอกระบบ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ด สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ 4.ให้คนกลางช่วยไกล่เกลี่ย ติดต่อหน่วยงานเพื่อขอคำปรึกษา ร้องเรียน ไกล่เกลี่ย สถานการณ์ด้านการออมเงินของครัวเรือนไทย พบว่า ครัวเรือนไทยออมเงินเพิ่มขึ้น แต่เงินออมเผื่อฉุกเฉินเพื่อเกษียณที่ทำได้จริงอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะตัว แต่สะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเงินด้านอื่นๆ โดยจากข้อมูลผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปี 2567 พบว่า 91.5% ของคนไทยตอบว่ามีเงินออม แต่มีเพียง 23.7% มีเงินออมฉุกเฉินที่เหมาะสม อยู่ได้ถึง 6 เดือนขึ้นไป หากขาดรายได้กะทันหัน และ 14% วางแผนเกษียณ และสามารถได้จริงตามแผน |