| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 14 พ.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 22 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 20.4 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 20 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 19 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 17 | | บล.กรุงศรี | Neutral (กลาง) | 16.1 | | บล.เอเซีย พลัส | Trading (เก็งกำไร) | 13.4 | สรุปปัจจัยบวก+ กำไรปกติงวด 1Q69 ทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) โดยมีกำไรสุทธิ/กำไรปกติอยู่ในช่วง 1.1 - 1.2 พันล้านบาท เติบโตประมาณ 19% YoY และ 41-74% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี) + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทำสถิติสูงสุดใหม่ อยู่ที่ระดับ 42.5% ผลจากการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา ประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ) + ยอดขายเครื่องดื่มในประเทศฟื้นตัวแข็งแกร่ง เติบโตราว 11-11.4% YoY นำโดยเครื่องดื่มบำรุงกำลัง หลังผ่านช่วงการลดสต๊อกในตลาดค้าส่ง (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ) + การควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A to Sales) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการเน้นกิจกรรมการตลาดที่ให้ผลลัพธ์สูง (บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) + แนวโน้ม 2Q69 คาดเติบโต YoY ต่อเนื่อง ได้อานิสงส์จากสภาพอากาศร้อนจัดหนุนดีมานด์เครื่องดื่ม และมีการล็อกราคาต้นทุนวัตถุดิบล่วงหน้าไว้ถึงช่วงกลางปี (บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ) + มูลค่าหุ้น (Valuation) และปันผลน่าสนใจ ราคาหุ้นปัจจุบันมี Downside จำกัด โดยซื้อขายบน PER ต่ำเพียง 12x และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 5.7% (บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ) สรุปปัจจัยลบ- กำไร 1Q69 อาจเป็นจุดสูงสุดของปี (Peak) และมีแนวโน้มลดลงในไตรมาสที่เหลือ เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำในช่วงต้นปีจะเริ่มปรับสูงขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี) - ยอดขายต่างประเทศหดตัวรุนแรง ลดลงประมาณ 38% YoY (หรือ -10.6% ถึง -11% หากปรับฐานบัญชี) จากปัญหาขาดแคลนเรือขนส่ง ข้อจำกัดใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมา และการเปลี่ยนมาตรฐานบัญชี (บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ฟิลลิป) - แรงกดดันจากต้นทุนในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) โดยเฉพาะต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มตามราคาน้ำมัน (ราว 3% ของยอดขาย) ต้นทุนก๊าซ อะลูมิเนียม และบรรจุภัณฑ์ ที่จะเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - ปัจจัยเสี่ยงภายนอก ผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวจากค่าครองชีพสูง (บล.เคจีไอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - การแข่งขันในอุตสาหกรรม ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มยังคงมีการแข่งขันในระดับปานกลางถึงสูง (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) |