Emmanuel Moulin ซึ่งประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป
(ECB) จำเป็นต้องพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อขยับสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่าการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรปควรคำนึงถึงผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย
Moulin ให้ความเห็นต่อคณะกรรมาธิการการคลังของวุฒิสภาฝรั่งเศสว่า ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ต้นทุนที่สูงขึ้นเริ่มกระจายตัวในวงกว้างมากขึ้น จึงจำเป็นต้องจับตาความคาดหวังเรื่องราคาสินค้าในอนาคตอย่างใกล้ชิด เพราะหากความคาดหวังเงินเฟ้อเปลี่ยนไป อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของ ECB ในช่วงถัดไปได้
แม้ถ้อยแถลงดังกล่าวจะสะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังต่อภาวะเงินเฟ้อ แต่ Moulin ยังไม่ยืนยันว่าการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยเขากล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุป และจำเป็นต้องรอการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
จับตาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อและการเติบโต
ประเด็นสำคัญของความเห็นครั้งนี้อยู่ที่การชั่งน้ำหนักระหว่าง การควบคุมเงินเฟ้อ กับ การประคับประคองเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโจทย์หลักของธนาคารกลางในช่วงที่เศรษฐกิจยุโรปยังเผชิญความไม่แน่นอน หาก ECB เร่งคุมเข้มนโยบายการเงินมากเกินไป อาจกดดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่หากผ่อนคลายเกินไป ก็อาจทำให้แรงกดดันด้านราคากลับมาเร่งตัวอีกครั้ง
ความเห็นของ Moulin จึงสะท้อนแนวคิดที่ว่า ECB ควรเตรียมเครื่องมือทุกด้านไว้พร้อมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งในกรณีที่เงินเฟ้อชะลอลงและในกรณีที่แรงกดดันด้านราคากลับมาร้อนแรงขึ้นอีก โดยการตัดสินใจในแต่ละครั้งต้องอาศัยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดเป็นหลัก
สิ่งที่ตลาดควรติดตามต่อไป
ทิศทางของ เงินเฟ้อยุโรป ในเดือนถัดไป
สัญญาณจาก ECB เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการ ขึ้นดอกเบี้ย
ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนและความคาดหวังราคาสินค้าในอนาคต
ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ของยูโรโซน
โดยสรุป คำกล่าวของ Moulin ตอกย้ำว่า ECB ยังต้องรักษาความยืดหยุ่นของนโยบายการเงินไว้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัว ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจในระยะข้างหน้า