สรุป Earnings Call : TASCO คาดยอดขายปี 69 เฉียด 1.2 ล้านตัน จับตาสงคราม-น้ำมันดิบ

รูป สรุป Earnings Call : TASCO คาดยอดขายปี 69 เฉียด 1.2 ล้านตัน จับตาสงคราม-น้ำมันดิบ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 12:10 น.


TASCO คาดยอดขายยางมะตอยปี 69 ใกล้เคียงปีก่อนเฉียด 1.2 ล้านตัน จับตาแรงกดดันจากสงคราม - ราคาวัตถุดิบ - ราคาน้ำมันดิบ ระบุยอดขายส่งออก Q2/69 เริ่มฟื้นตัวจากช่วง Low Season

 

นายสรนารถ นันทมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ - สายธุรกิจประเทศไทย และนางอรอนงค์ วิชชุชาญ รองกรรมการผู้จัดการ - สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


คาดยอดขายยางมะตอยปีนี้ใกล้เคียงกับปี 68 ที่ทำได้เฉียดระดับ 1.2 ล้านตัน แม้ว่าปีนี้จะเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบ และสถานการณ์สงคราม แต่บริษัทฯ เตรียมปรับกลยุทธ์บริหารจัดการซัพพลายเชน และติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบอย่างใกล้ชิด


โดยภาพรวมในช่วงไตรมาส 2/69 สถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะเดือนเมษายน ความต้องการยางมะตอยชะลอตัวลง เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ และการเริ่มต้นฤดูฝนที่เร็วกว่าปกติ
ประกอบกับ ราคายางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้รับเหมาในประเทศชะลอการใช้เพื่อรอมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในการบรรเทาภาระต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีงบประมาณหรือโครงการรัฐเข้ามาช่วย จะทำให้ความต้องการกลับมาสู่ระดับปกติได้


ด้านตลาดต่างประเทศมองว่า ความต้องการจะลดลงในตลาดค้าปลีกที่สำคัญบางแห่ง เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย เนื่องจากผู้รับเหมาชะลอโครงการปูถนนเพื่อรอเงินทุนเพิ่มเติมจากรัฐบาล เพื่อสนับสนุนต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น หรือคาดการณ์ว่าราคาในประเทศจะลดลง


ส่วนตลาดส่งออก (Export) บริษัทฯ คาดการณ์ว่า ยอดขายในส่วนการส่งออกจะสูงขึ้นในไตรมาส 2/69 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของตลาด โดยเฉพาะในเวียดนามและอินโดนีเซียที่ยังมีการเติบโตในกลุ่มสินค้าพรีเมียมที่มีกำไรต่อหน่วยสูง


สำหรับสถานการณ์น้ำมันดิบ บริษัทฯ กำลังมอนิเตอร์ราคาน้ำมันดิบอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะประเด็นระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการผ่อนปรนกฎระเบียบของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา ซึ่งบริษัทฯ กำลังศึกษาข้อกำหนดเพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมในการกลับไปจัดซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาอีกครั้ง


ทั้งนี้มองว่าอัตราการรันโรงกลั่น มีโอกาสที่จะรันโรงกลั่นในอัตราที่สูงขึ้น แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะถึงระดับ 50-60% หรือไม่ โดยบริษัทฯ คาดว่าจะมีความชัดเจนในการนำน้ำมันดิบเข้าโรงกลั่นเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง


ด้านการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) บริษัทฯ ทำเฉพาะในส่วนของขาขายเท่านั้น โดยเป็นการล็อกราคาผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันใส แต่ไม่มีการทำ Hedging ในส่วนของขาซื้อ หรือน้ำมันดิบ


ทั้งนี้ปัจจุบันโรงกลั่นในประเทศไทยมีการปรับการซื้อวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) จากโซนสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งให้ Yield ยางมะตอยที่สูงขึ้น ทำให้มีซัพพลายออกมาในตลาดจำนวนมาก และเมื่อความต้องการยางที่ยังไม่มาในช่วงนี้ ส่งผลให้ราคายางมะตอยในปัจจุบันมีทิศทางปรับตัวลดลง


สำหรับการบริหารจัดการภายใต้ภาวะสงคราม จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการซัพพลายเชนให้เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า โดยมีการปรับแผนงานแบบรายสัปดาห์ รวมถึงระดับสต็อกขั้นต่ำของสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต เนื่องจากสถานการณ์สงครามอาจทำให้วัตถุดิบบางชนิดขาดแคลนหรือใช้เวลาขนส่งนานขึ้น

"สิ่งที่เรากังวลใจมากที่สุด คงเป็นเรื่องสงครามว่าจะเป็นยังไงต่อไป และราคาน้ำมันดิบ ว่าจะเอื้อให้เราสามารถซื้่อน้ำมันดิบได้หรือเปล่า สิ่งนี้ต้องมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด" นายสรนารถกล่าว


Related Topics

Reported by

Chutima Apichaisuksakul

Chutima Apichaisuksakul

Senior Reporter, efinanceThai