9 Apr 2026 11:01บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : BDMS แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 20 บาทบล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : BDMS แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 20 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI คาดกำไรหลัก 1Q69 ปรับตัวลง; ยังขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้นคงคำแนะนำ ถือ การเติบโตยังจำกัดเราคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ BDMS พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 20 บาท โดยคาดว่ากำไรหลัก 1Q69 จะปรับตัวลดลงทั้ง YoY และ QoQ ขณะที่การเติบโตของกำไรทั้งปี2569 มีแนวโน้มทรงตัว YoY ถูกกดดันจากการเติบโตของผู้ป่วยไทยที่ชะลอลง และอุปสงค์จากกัมพูชาที่ยังอ่อนแอ อีกทั้งรายได้จากตะวันออกกลางเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในเดือนมี.ค. 2569 จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เรามองว่ายังไม่มีปัจจัยหนุนในระยะสั้น โดยกำไร 2Q69 มีแนวโน้มทรงตัวหรือเติบโต YoY ได้จำกัด ทั้งนี้ที่ระดับ P/E ปี2569 ที่19 เท่า ยังสูงกว่าคู่แข่งที่16–18 เท่า รวมถึงประมาณการของเราต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดอยู่3–6% ซึ่งคาดว่าตลาดมีโอกาสปรับกำไรลดลงเพิ่มเติม ปัจจัยบวกสำคัญจะมาจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น และการฟื้นตัวของผู้ป่วยจากกัมพูชาและตะวันออกกลาง คาดกำไรหลัก 1Q69 ลดลง YoY และ QoQเราคาดว่า BDMS จะรายงานกำไรหลัก 1Q69 ที่3.93 พันล้านบาท (-10% YoY, -3% QoQ) ในวันที่13 พ.ค. 2569 โดยมีสาเหตุจากการเติบโตของรายได้ที่จำกัดและอัตรากำไร EBITDA ที่อ่อนตัว รายได้รวมคาดอยู่ที่2.85 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY, -2% QoQ) โดยรายได้จากป่วยไทยและต่างชาติทรงตัว YoY อัตรากำไร EBITDA คาดลดลง YoY มาอยู่ที่24.3% (เทียบกับ 25.4% ใน 1Q68) จากต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้นและจำนวนเตียงที่เพิ่มขึ้นสูงจากปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จากโบนัสพนักงานที่ลดลง ไทย กัมพูชายังกดดันหลัก ตะวันออกกลางเริ่มอ่อนตัวใน มี.ค.69โดยรายได้จากผู้ป่วยไทยใน 1Q69 คาดทรงตัว YoY จากเศรษฐกิจที่อ่อนแอและฐานสูงจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปีก่อน รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติใน 1Q69 คาดทรงตัวเช่นกันโดยถูกกดดันหลักจากกัมพูชาซึ่งยังหดตัว 70–80% YoY จากความขัดแย้งชายแดน และยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน นอกจากนี้แม้จะเป็นช่วงรอมฎอน รายได้จากตะวันออกกลางเริ่มหดตัวระดับเลขสองหลักในเดือนมี.ค. 69 (เทียบกับ +10% YoY ในช่วง ม.ค.–ก.พ. 69) จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่กระทบการเดินทางเพื่อรักษาพยาบาล และอาจยังกระทบต่อเนื่องถึง 2Q69 ปรับลดประมาณการกำไรปี69-71 ลง 4–5%เราปรับลดประมาณการกำไรปี69-71 ลง 4–5% โดยหลักมาจากการลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ลง 1–2% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลง 10–20bps คาดกำไรหลักปี69 อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง และรายได้ที่เติบโตเพียงเล็กน้อย 2% YoY (ไทย +2%, ต่างชาติ+4%) โดยประมาณการกำไร1Q69 คิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปีสำหรับแนวโน้ม 2Q69 คาดว่ากำไรจะลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลช่วงวันหยุดยาว ขณะที่การเติบโต YoY มีแนวโน้มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะยังถูกกดดันจากฐานสูงของผู้ป่วยกัมพูชาในปีก่อน Nontapat Sahakitpinyonontapat.sahakitpinyo@maybank.com (66) 2658 5000 ext 2352 efinAIReported bySakchai NgokngamInternational News Officer, efinanceThai
คาดกำไรหลัก 1Q69 ปรับตัวลง; ยังขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้นคงคำแนะนำ ถือ การเติบโตยังจำกัดเราคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ BDMS พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 20 บาท โดยคาดว่ากำไรหลัก 1Q69 จะปรับตัวลดลงทั้ง YoY และ QoQ ขณะที่การเติบโตของกำไรทั้งปี2569 มีแนวโน้มทรงตัว YoY ถูกกดดันจากการเติบโตของผู้ป่วยไทยที่ชะลอลง และอุปสงค์จากกัมพูชาที่ยังอ่อนแอ อีกทั้งรายได้จากตะวันออกกลางเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในเดือนมี.ค. 2569 จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เรามองว่ายังไม่มีปัจจัยหนุนในระยะสั้น โดยกำไร 2Q69 มีแนวโน้มทรงตัวหรือเติบโต YoY ได้จำกัด ทั้งนี้ที่ระดับ P/E ปี2569 ที่19 เท่า ยังสูงกว่าคู่แข่งที่16–18 เท่า รวมถึงประมาณการของเราต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดอยู่3–6% ซึ่งคาดว่าตลาดมีโอกาสปรับกำไรลดลงเพิ่มเติม ปัจจัยบวกสำคัญจะมาจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น และการฟื้นตัวของผู้ป่วยจากกัมพูชาและตะวันออกกลาง คาดกำไรหลัก 1Q69 ลดลง YoY และ QoQเราคาดว่า BDMS จะรายงานกำไรหลัก 1Q69 ที่3.93 พันล้านบาท (-10% YoY, -3% QoQ) ในวันที่13 พ.ค. 2569 โดยมีสาเหตุจากการเติบโตของรายได้ที่จำกัดและอัตรากำไร EBITDA ที่อ่อนตัว รายได้รวมคาดอยู่ที่2.85 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY, -2% QoQ) โดยรายได้จากป่วยไทยและต่างชาติทรงตัว YoY อัตรากำไร EBITDA คาดลดลง YoY มาอยู่ที่24.3% (เทียบกับ 25.4% ใน 1Q68) จากต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้นและจำนวนเตียงที่เพิ่มขึ้นสูงจากปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จากโบนัสพนักงานที่ลดลง ไทย กัมพูชายังกดดันหลัก ตะวันออกกลางเริ่มอ่อนตัวใน มี.ค.69โดยรายได้จากผู้ป่วยไทยใน 1Q69 คาดทรงตัว YoY จากเศรษฐกิจที่อ่อนแอและฐานสูงจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปีก่อน รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติใน 1Q69 คาดทรงตัวเช่นกันโดยถูกกดดันหลักจากกัมพูชาซึ่งยังหดตัว 70–80% YoY จากความขัดแย้งชายแดน และยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน นอกจากนี้แม้จะเป็นช่วงรอมฎอน รายได้จากตะวันออกกลางเริ่มหดตัวระดับเลขสองหลักในเดือนมี.ค. 69 (เทียบกับ +10% YoY ในช่วง ม.ค.–ก.พ. 69) จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่กระทบการเดินทางเพื่อรักษาพยาบาล และอาจยังกระทบต่อเนื่องถึง 2Q69 ปรับลดประมาณการกำไรปี69-71 ลง 4–5%เราปรับลดประมาณการกำไรปี69-71 ลง 4–5% โดยหลักมาจากการลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ลง 1–2% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลง 10–20bps คาดกำไรหลักปี69 อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง และรายได้ที่เติบโตเพียงเล็กน้อย 2% YoY (ไทย +2%, ต่างชาติ+4%) โดยประมาณการกำไร1Q69 คิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปีสำหรับแนวโน้ม 2Q69 คาดว่ากำไรจะลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลช่วงวันหยุดยาว ขณะที่การเติบโต YoY มีแนวโน้มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะยังถูกกดดันจากฐานสูงของผู้ป่วยกัมพูชาในปีก่อน Nontapat Sahakitpinyonontapat.sahakitpinyo@maybank.com (66) 2658 5000 ext 2352