ฮังการีเตรียมเดินหน้าหารือเชิงนโยบายกับสหภาพยุโรปอีกครั้ง โดยนายกรัฐมนตรี Peter Magyar ระบุว่าจะลงนามข้อตกลงกับ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ในวันที่ 28 พฤษภาคม ที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อเปิดทางสู่การปลดล็อกเงินทุนของอียูที่ถูกอายัดไว้ตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องการทุจริตและหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ฉุดความคืบหน้าของเงินกองทุนฟื้นฟูและฟื้นตัวของฮังการี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อสถานะการคลังของฮังการี เนื่องจากเงินกองทุนฟื้นฟูและฟื้นตัว หรือ Recovery and Resilience Facility (RRF) ของฮังการีมีมูลค่า 10.4 พันล้านยูโร หรือราว 12.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังจะหมดอายุในวันที่ 31 สิงหาคม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันเวลา ฮังการีอาจพลาดโอกาสในการเข้าถึงเงินสนับสนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันการลงทุนและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
เงินทุนอียูที่ถูกระงับกระทบเศรษฐกิจฮังการี
นอกจากกองทุน RRF แล้ว ยังมีเงินทุนจากสหภาพยุโรปรวมมากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกระงับไว้ก่อนหน้านี้ สาเหตุหลักมาจากความกังวลของอียูเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณ การต่อต้านการทุจริต และมาตรฐานด้านนิติธรรมของฮังการี ทำให้รัฐบาลบูดาเปสต์ต้องเร่งหาทางออกร่วมกับบรัสเซลส์เพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการเมืองและการเงิน
หากการลงนามในวันที่ 28 พฤษภาคมเกิดขึ้นตามแผน ตลาดการเงินและนักลงทุนจะจับตาว่าอียูจะผ่อนคลายเงื่อนไขหรือกำหนดกรอบการปฏิรูปเพิ่มเติมอย่างไร เพราะการปลดล็อกเงินทุนอาจช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจฮังการี ขณะเดียวกันก็สะท้อนทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลฮังการีกับสถาบันยุโรปในช่วงเวลาที่ประเด็นหลักนิติธรรมยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ
ประเด็นที่ต้องจับตา
- วันที่ 28 พฤษภาคม คือหมุดหมายสำคัญของการลงนามข้อตกลง
- เงินกองทุน RRF 10.4 พันล้านยูโร ใกล้หมดอายุในวันที่ 31 สิงหาคม
- เงินทุนอียูมากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังถูกระงับตั้งแต่ปี 2022
- ปัจจัยหลักยังอยู่ที่ การทุจริต และ หลักนิติธรรม
โดยสรุป การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฮังการีในการเข้าถึงเงินทุนจากสหภาพยุโรป หากบรรลุข้อตกลงได้จริง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการระดมทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงด้านการคลังในระยะข้างหน้า