BYD ปั้น “นิวบียอนด์” ขึ้นท็อป 5 หลังควบรวมคิงส์ฟอร์ด ตั้งเป้า AUM แตะ 3 หมื่นลบ.–มองหาพันธมิตรเพิ่ม

รูป BYD ปั้น “นิวบียอนด์” ขึ้นท็อป 5 หลังควบรวมคิงส์ฟอร์ด ตั้งเป้า AUM แตะ 3 หมื่นลบ.–มองหาพันธมิตรเพิ่ม

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 พ.ค. 69 16:42 น.

BYD มั่นใจธุรกิจโบรกเกอร์หลังควบรวม “คิงส์ฟอร์ด” หนุนมาร์เก็ตแชร์พุ่งจากอันดับ 27 ขึ้นสู่ ท็อป 5 ตั้งเป้า AUM ปีนี้โต 20% แตะเกือบ 3 หมื่นลบ. คาดเห็นผลชัด Q4/69 จาก Synergy-ลดต้นทุน

นายจักรกริช เจริญเมธาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยในงาน Earning Call ว่า

ปัจจุบันธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เกือบ 20,000 ล้านบาท ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก จากฐานลูกค้ารายใหญ่และลูกค้าสถาบันกว่า 30 แห่ง ส่งผลให้บริษัทได้รับการยอมรับมากขึ้นหลังการควบรวมกับบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด

เชื่อว่า AUM ในปี 2569 จะเติบโตราว 20% แตะระดับเกือบ 30,000 ล้านบาท ภายในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก

สำหรับมาร์เก็ตแชร์ของ “นิวบียอนด์” หลังควบรวมคิงส์ฟอร์ด ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 จากเดิมก่อนควบรวมที่อยู่อันดับ 26-27 โดยหลังจาก BYD ปล่อยเงินกู้ระยะสั้น 130 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้คิงส์ฟอร์ดในช่วงวันที่ 1-22 พ.ค.69 มาร์เก็ตแชร์ขยับขึ้นสู่อันดับ 5 สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้านสภาพคล่องมีความสำคัญต่อธุรกิจโบรกเกอร์อย่างมาก

หลังจากนี้ BYD มีแผนเพิ่มทุนเข้าไปในคิงส์ฟอร์ดเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าศักยภาพของคิงส์ฟอร์ด ผสานกับฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งของ BYD จะช่วยผลักดันมาร์เก็ตแชร์ของ “นิวบียอนด์” ให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าบริษัทไม่ได้หยุดเพียงแค่ดีลคิงส์ฟอร์ด แต่ยังมองหาโอกาสร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต

ในภาวะตลาดปัจจุบัน หลายบริษัทอาจต้องใช้ระบบหรือทรัพยากรร่วมกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน หากแยกกันอยู่ อาจอยู่รอดได้ยาก

คาดว่าการควบรวมจะช่วยให้เกิด Economy of Scale หรือการประหยัดต่อขนาด ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลประกอบการ โดยเชื่อว่าหลังควบรวมจะสามารถพลิกฟื้นธุรกิจ (Turnaround) ได้ และสร้างผลประโยชน์ให้ทั้งผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

ปัจจุบันคิงส์ฟอร์ดมีฐานลูกค้ากว่า 40,000 บัญชี เราหวังมีบัญชี Active ราว 4,000 บัญชี ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสต่อยอดด้านการลงทุนและเพิ่ม AUM ได้อีกมาก ผ่านจุดแข็งของ BYD ที่มีผลิตภัณฑ์ด้าน Wealth Management รองรับ

ธุรกรรมควบรวมทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในก.ค.นี้ หรืออย่างช้าในไตรมาส 3/2569 อยู่ระหว่างศึกษาการโอนย้ายลูกค้าและการรวมระบบงาน

หลังควบรวม บริษัทตั้งเป้าปรับโครงสร้างรายได้ใหม่ จากเดิมที่คิงส์ฟอร์ดพึ่งพารายได้จากธุรกิจ Brokerage Rate เกือบ 100% ให้มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Wealth Management เพิ่มขึ้นเป็น 45% ขณะที่รายได้จาก Brokerage จะอยู่ที่ 50% และอีก 5% มาจากรายได้ดอกเบี้ยและธุรกิจอื่น

BYD ยังมีแผนนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า ลดต้นทุน เพิ่มอัตราการทำกำไร ซึ่งคาดว่าประสิทธิภาพจากการควบรวมจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป 

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reported by

Jumnian Porntaveesup

Jumnian Porntaveesup

Senior Reporter, efinanceThai