OR กำไร Q1/69 ที่ 2,415 ลบ. ลดลง 44.9% รับผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์ - ดันยอดขาย Cafe Amazon พุ่ง 112 ล้านแก้ว

รูป OR กำไร Q1/69 ที่ 2,415 ลบ. ลดลง 44.9% รับผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์ - ดันยอดขาย Cafe Amazon พุ่ง 112 ล้านแก้ว

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 8:57: น.

OR เผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท ลดลง 44.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า เหตุมีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ แย้มราคาน้ำมันดิบพุ่ง รับสงครามในตะวันออกกลาง โชว์ยอดขาย Cafe Amazon แล้วกว่า 112 ล้านแก้ว พร้อมเดินหน้าขยาย OR Ecosystem และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้


กำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท ลดลง 44.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4,380 ล้านบาท เนื่องจากมีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 1,965 ล้านบาท แต่ปรับตัวดีขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อนที่ทำได้ 2,078 ล้านบาท

มีรายได้จากการขายและบริการรวม 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,590 ล้านบาท หรือ 13.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/68 ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน และราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลงอย่างรวดเร็ว สวนทางกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลภาวะขาดแคลน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น กลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 11.3% จากปริมาณจำหน่ายในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้น 64.5% จากยอดจำหน่ายดีเซลในฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ลดลง 3.8% จากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ตามปัจจัยฤดูกาล

มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,657 ล้านบาท หรือ 59.8% จากไตรมาสก่อนหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจ หลักๆ มาจากกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลงจากมาตรการตรึงราคาจำหน่าย และมีผลขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยง กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 19.9% จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง กลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ดีขึ้นในฟิลิปปินส์และ สปป.ลาว


ราคาน้ำมันดิบพุ่ง รับสงครามในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันดิบดูไบไตรมาส 1/69 เฉลี่ยอยู่ที่ 86.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงกว่า 4Q/68 ที่เฉลี่ยที่ระดับ 63.8เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และสูงกว่า 1Q/68 ที่ระดับ 76.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล การปรับตัวเพิ่มขึ้นมีสาเหตุดังนี้

1.ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในประเทศพันธมิตรทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหาย เช่น โรงผลิตน้ำมัน Ras Tanura ของซาอุดีอาระเบีย และแหล่งก๊าซธรรมชาติ Ras Laffan ของกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซ LNG รายใหญ่ของโลก

2.อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันมากกว่า 20-25% ของอุปทานโลก ส่งผลให้น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจำนวนมากไม่สามารถส่งออกได้ทำให้อุปทานน้ำมันทั่วโลกได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีการพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางเป็นหลัก

3. ผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้ทยอยลดกำลังการผลิตเนื่องจากสินค้าคงคลังอยู่ในระดับสูง และการไม่สามารถส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

โชว์ยอดขาย Cafe Amazon แล้วกว่า 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 2.8% จากไตรมาสก่อนหน้า

กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม 4,892 สาขา แบ่งเป็นร้าน Cafe Amazon ในประเทศไทย 4,750 สาขา จำแนกเป็นสาขาในสถานีบริการ 2,415 สาขา และนอกสถานีบริการ 2,335 สาขา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50.8% และ 49.2% ตามลำดับ รวมทั้งมี Cafe Amazon ในต่างประเทศ 37 สาขา

โดยร้าน Cafe Amazon ในไตรมาส 1/69 มีปริมาณจำหน่ายรวม 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 3 ล้านแก้ว (+2.8%) เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/68และเพิ่มขึ้น 8 ล้านแก้ว (+7.7%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายสาขาและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นมีเครือข่าย 105 สาขา ได้แก่ เพิร์ลลี่ทีและ Pacamara Coffee Roasters สำหรับธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ มีร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Elevenและภายใต้แบรนด์ จิฟฟี่ ในประเทศไทย 2,391 สาขา และร้านค้าปลีกด้านสินค้าสุขภาพและความงามภายใต้แบรนด์ “found & found” 20 สาขา

เร่งเดินหน้าขยาย OR Ecosystem - ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการเติบโต

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีรายได้ขายและบริการ 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,590 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.2% จากไตรมาสก่อนหน้า มีกำไรสุทธิจำนวน 2,415 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน 16.2% และมี EBITDA จำนวน 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,657 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 59.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว

โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 59.8% ที่ภาพรวมทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลงจากผลกระทบจากมาตรการตรึงราคาจำหน่าย ที่ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาให้สะท้อนต้นทุนได้ รวมถึงมีผลขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 19.9% จากเพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจอื่นๆโดยเฉพาะร้าน Café Amazon มีปริมาณจำหน่ายรวม 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 3 ล้านแก้ว คิดเป็น 2.8% จากไตรมาสก่อน เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้นกว่า 100% โดยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์ ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของดีเซลสูงขึ้นและ สปป.ลาว จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ดีขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์

OR ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจาก ทริสเรทติ้ง ที่ระดับ “AA+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ (Stable) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงความเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียมในประเทศไทย และความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

นอกจากนี้ในไตรมาสที่ผ่านมา OR มีการลงทุนใน บริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) โดย Modulus บริษัทย่อยของ OR เข้าถือหุ้น 55.41% ใน TPN ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเข้าลงทุนดังกล่าวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มธุรกิจ Mobility เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน


ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี69 ของ OR สะท้อนความแข็งแกร่งในการบริหารองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอนของพลังงานโลก ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพและอัตรากำไรของธุรกิจในระยะกลางและยาว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ "Empowering All toward Inclusive Growth" และการเติบโตอย่างยั่งยืน


“OR ยังคงยืนหยัดเคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่านการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง หม่อมหลวงปีกทอง กล่าว


Related Topics

Reported by

Pariwat Hinploy

Pariwat Hinploy

Senior Reporter, efinanceThai

OR กำไร Q1/69 ที่ 2,415 ลบ. ลดลง 44.9% รับผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์ - ดันยอดขาย Cafe Amazon พุ่ง 112 ล้านแก้ว