| บล.กรุงศรี ชี้แผนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวงคมนาคม ร่วมมือ POWERCHINA ลุย 7 เมกะโปรเจกต์ มูลค่ารวมกว่า 9.14 แสนลบ. มองเป็นจิตวิทยาบวกต่อ SET และหุ้นกลุ่มลงทุน ทั้งรับเหมา ธนาคาร สาธารณูปโภค และนิคมฯ หนุน 9 หุ้นรับอานิสงส์ พร้อมคาดช่วยเร่งศก. - ดึง FDI เข้าไทยในระยะยาว บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ประเด็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว. คมนาคม) มีแผนเร่งการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม หลังเข้าพบบริษัท ร่วมทุน POWERCHINA (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน จุดแข็งแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากได้รับ การสนับสนุนและถือหุ้นโดยรัฐบาลจีน 100% มองกระแสลงทุนภายในเป็นบวก โดยรมว.คมนาคมมีแผนเสนอเงื่อนไขการร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทไทย พร้อม ประกาศเดินหน้าร่วมชิง 7 เมกะโปรเจกต์เร่งด่วน ทั้งรถไฟทางคู่สายใต้ ไฮสปีดไทยจีน ทาง ด่วนภูเก็ต และสนามบินแห่งใหม่ ได้แก่ - โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่, หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 10.4 หมื่นล้านบาท (รอกระทรวงคมนาคมเสนอ ครม.) - โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต 1.1 หมื่นล้านบาท (ครม.อนุมัติแล้ว) - โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย 33.5-34.0 หมื่น ล้านบาท (ครม.อนุมัติแล้ว) - โครงการพัฒนาท่าอากาศยานล้านนา 8.0 หมื่นล้านบาท (AOT กําลังศึกษา) - โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน 8.0 หมื่นล้านบาท (AOT กําลังศึกษา) - โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 6.9 หมื่นล้านบาท ครม.อนุมัติ เตรียมเปิดประมูล) - โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 24.5 หมื่น ล้านบาท (รอกระทรวงคมนาคมเสนอ ครม.) บล.กรุงศรี ประเมินจิตวิทยาบวกต่อ SET และหุ้นในธีมลงทุน อาทิ รับเหมา STECON, PYLON ธนาคาร KTB, KBANK สาธารณูปโภค GULF, GPSC, PTT นิคม AMATA, WHA แม้ยังต้องติดตามรูปแบบการร่วมทุนที่ชัดเจนอีกครั้ง ว่าจะอยู่ในลักษณะร่วมกับเจ้าของ โครงการ หรือ รูปแบบอื่นๆ เช่น ร่วมทุนเฉพาะก่อสร้าง แต่เราประเมินจิตวิทยาบวก ทิศทาง นโยบายรัฐบาลที่เน้นด้านการลงทุน นอกจากภาพบวกฝั่ง Infra Tech แล้ว โครงสร้าง พื้นฐานคมนาคมข้างต้นเราประเมินมีนัยฯ โดยทั้งหมดเป็นโครงการที่ยังไม่เปิดประมูล ขณะที่แนวทางร่วมทุน สอดรับฐานะการคลังไทยที่มีข้อจํากัด + ช่วยลดภาระเอกชน ทําให้ ขับเคลื่อนการลงทุนเร็วขึ้น โดยจากการรวบรวมเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นของเรา โครงการทั้งหมดมูลค่ามหาศาลกว่า 9.14 แสนล้านบาท (4.8% ของ GDP) หากขับเคลื่อนได้จริง จะ ส่งผลบวกมีนัยฯต่อเศรษฐกิจ รวมถึงผลบวกลําดับถัดๆ ไป เช่น การจ้างงานในโครงการ, ประโยชน์จากการเปิดใช้บริการโครงการเหล่านั้น โดยเฉพาะ การดึงเม็ดเงินต่างประเทศเข้า มา ทั้งลักษณะการท่องเที่ยวเร่ง รวมถึง ความพร้อมรองรับเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ (FDI) จากความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น |