| เปิดมุมมองโบรกฯ ต่อหุ้นกลุ่มแบงก์ หลังสินเชื่อเดือนเม.ย.69 เพิ่มขึ้น +0.6% MoM โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก ชู แบงก์ใหญ่อย่าง KBANK - KTB - BBL ยังโดดเด่น พร้อมอีก 11 หุ้นนอกกลุ่ม รับอานิสงส์การลงทุนฟื้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ไทย รายงานตัวเลขสินเชื่อ เดือน เม.ย. 69 ออกมาแล้ว ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำต่างออกบทวิเคราะห์ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหุ้นธนาคารพาณิชย์ ว่ามีแนวโน้มจะรับตัวเลขสินเชื่อดังกล่าวอย่างไร KBANK นำทีมสินเชื่อโตแรงสุด บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ เดือน เม.ย. 26 เพิ่มขึ้น +0.6% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก ภาพรวมสินเชื่อเดือน เม.ย. 26 ทั้ง 7 ธนาคารที่เรา cover อยู่ที่ 10.82 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.6% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก โดยธนาคารที่มีสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ 1) KBANK เพิ่มขึ้น +1.6% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ในส่วนของ Working Cap. รองลงมาเป็น 2) KKP เพิ่มขึ้น +1.0% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ที่เข้ามาในรูปแบบระยะสั้นและสินเชื่อ SME ที่มาจากภาคอสังหาฯ 3) BBL เพิ่มขึ้น +0.8% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ 4) KTB เพิ่มขึ้น +0.2% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ ส่วนสินเชื่อภาครัฐลดลง ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและ SME ทรงตัว 5) TTB เพิ่มขึ้น +0.2% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อรายย่อยทรงตัว แต่ SME ลดลง ส่วนธนาคารที่มีสินเชื่อลดลงมากที่สุดคือ TISCO ลดลง -0.3% MoM จากสินเชื่อ SME ลดลงหลังจากจบงาน Motor Show ทำให้กลุ่ม Floorplan มีการชำระคืนออกมา ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่และรายย่อยทรงตัว โดยสินเชื่อรถยนต์ใหม่และมอเตอร์ไซด์ยังคงเพิ่มขึ้นได้ดี แต่สินเชื่อรถมือสองลดลง ส่วนภาพรวมของเงินฝากเดือน เม.ย.69 อยู่ที่ 13.23 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.8% MoM โดยทุกธนาคารมีเงินฝากเพิ่มขึ้นโดย 1) TISCO เพิ่มขึ้น +2.7% MoM จากเงินฝากประจำที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก รองลงมาเป็น 2) KTB เพิ่มขึ้น +2.5% MoM จากเงินฝาก CASA และภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 3) BBL เพิ่มขึ้น +2.4% MoM จากเงินฝาก CASA (ที่มา: ข้อมูลบริษัท) ชู KBANK-KKP เด่น บล.ดาโอ เปิดเผยว่า มองเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร โดยสินเชื่อในเดือน เม.ย.69 กลับมาเป็นบวกได้ที่ +0.6% MoM จากเดือน มี.ค. 26 ที่เพิ่มขึ้น +1.4% MoM ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อรายใหญ่ในส่วนของ Working Cap. ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเป็นผลจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง (เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.69) ที่ทำให้เกิดความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ภาครัฐและสินเชื่อ SME มีการปรับตัวลดลง ส่วนสินเชื่อรายย่อยทรงตัวได้จากสินเชื่อบ้านช่วยหนุน คาดว่าสินเชื่อเดือน พ.ค. 26 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ต่อจากสินเชื่อรายใหญ่ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้หากเทียบกับช่วงสงครามยูเครน-รัสเซียที่เกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ.65 พบว่าสินเชื่อรวมมีการปรับตัวขึ้นเป็นเวลา 8 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ย.65 ประกอบกับเราคาดว่าสินเชื่อภาครัฐจะเพิ่มได้มากขึ้นจากการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 69 ยังคงประมาณการสินเชื่อรวมทั้งปี 69 ของกลุ่มไว้ที่ +2.2% YoY (4M69 อยู่ที่ +1.8% YTD) แต่มีโอกาสมากกว่าที่คาดได้ ด้าน NPL เราคาดว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เราเชื่อว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นไม่น่ากังวลมากนัก เพราะแต่ละธนาคารมีการตั้งสำรองฯจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีการทยอยขายหนี้เสียออกมาอย่างต่อเนื่อง คาด NPL ในปี 69 จะอยู่ที่ 3.23% จาก 3.12% ในปี 68 ทั้งนี้เราคาดว่าผลกระทบจากสงครามจะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้เราคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 69 ไว้ที่ 1.00% ซึ่งเรารวมในประมาณการกำไรของเราไว้แล้ว ยังคงน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 38.00 บาท), KBANK (ซื้อ/เป้า 225.00 บาท) และ BBL (ซื้อ/เป้า 195.00 บาท) เป็น Top pick ขณะที่ KBANK และ KKP (ซื้อ/เป้า 90.00 บาท) จะได้รับ sentiment เชิงบวกจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นได้เด่นที่สุดในกลุ่ม กรุงศรี เปิดหุ้นนอกกลุ่มแบงก์ รับข่าวดีเพียบ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สินเชื่อเดือน เม.ย.69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น +0.6% MoM จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อภาครัฐ SME และรายย่อยลดลง เดือนนี้ธนาคารส่วนใหญ่รายงานสินเชื่อเพิ่มขึ้นเด่นสุดนำโดย KBANK +1.6% MoM ตามด้วย KKP +1.0% MoM, BBL +0.8% MoM, KTB/ TTB +0.2% MoM และ SCB +0.1% MoM ประเมินสัญญาณบวกต่อภาพลงทุนภายในมีสัญญาณกลับมาทางบวก แม้เริ่มมีผลสงครามเข้ามา ทำให้แรงส่งหุ้นธีมลงทุนคาดเดินหน้าไปได้ต่อ ธนาคาร KBANK, KTB นิคม AMATA, WHA รับเหมา STECON, PYLON, INSET ไฟฟ้า GULF, GPSC, GUNKUL, WHAUP สื่อสาร TRUE, ADVANC ฟินันเซีย ยังมองทั้งกลุ่มแค่่ Neutral เหตุกังวลกำไรหลักลดลง บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มธนาคาร ภาพรวมสินเชื่อธนาคารในเดือน เม.ย.69 ยังขยายตัวต่อเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยเติบโตหลักจาก สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ KBANK ทำได้ดีที่สุดในกลุ่ม ยังคงให้น้ำหนัก Neutral ต่อกลุ่มธนาคาร เพราะคาดกำไรรวมจะลดลง 4.3% y-y จาก NII/NIM ที่ถูกกดดัน และยังมี downside risk จาก credit cost หากเศรษฐกิจเปราะบางและราคาน้ำมันสูงขึ้น โดยยังเลือก KTB และ BBL เป็น top picks ใช้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและหาสัญญาณหุ้นแบงก์ ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |