| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 พ.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 9.60 บาท | | บล.เอเซียพลัส | Trading | 7.00 บาท | | บล.เคจีไอ | ถือ | 6.50 บาท | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ถือ | 6.20 บาท | | บล.พาย | ถือ | 5.70 บาท | | บล.กรุงศรี | Neutral | 5.70 บาท | | บล.บัวหลวง | ทยอยสะสม | - | สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 10,093 ล้านบาท (+3% YoY, +122% QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 9,035 ล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ) + รายได้รวมใน 1Q26 อยู่ที่ 49,692 ล้านบาท ขยายตัว +6% QoQ หนุนโดย Passenger yield ที่เติบโตดีในเส้นทางยุโรป (บล.พาย, บล.บัวหลวง) + การปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสาร 12% - 20% ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel surcharge) ช่วยบรรเทาและชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นได้ (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + มีกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) ล่วงหน้าแล้ว โดยในงวด 2Q26 ทำไว้ 50% และช่วง 2H26 ทำไว้ 30% อีกทั้งส่วนต่างราคาน้ำมัน (Crack Spread) เริ่มแคบลง (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้) + แผนการขยายฝูงบินรับเครื่องบินใหม่ปีนี้ 28 ลำ (มีคืน 6 ลำ) ยังคงเป็นไปตามแผน คาดสิ้นปี 2569 ฝูงบินจะเพิ่มขึ้นเป็น 102 ลำ เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางบินใหม่และอุปสงค์ยุโรปที่แข็งแกร่ง (+16% YoY) (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) + โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยมีสัดส่วน IBD/E อยู่ที่ 1.4 เท่า พัฒนาการดีขึ้นกว่าช่วง Pre-COVID ที่อยู่ระดับ 12.5 เท่า ช่วยรองรับความผันผวนได้ดีขึ้นและไม่มีปัญหาสภาพคล่อง (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) + ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2026 ที่ 8.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสายการบินในภูมิภาคเอเชียที่ 11.0 เท่า อยู่ราว 30% สะท้อนแนวโน้มผลงานชะลอตัวใน 2Q26 ไปแล้ว (บล.บัวหลวง) สรุปปัจจัยลบ- แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2Q26 - 3Q26 คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างมากตามปัจจัยฤดูกาล (Low Season) และมีอัพไซด์ที่จำกัดจนกว่าจะเข้าสู่ High Season ในไตรมาส 4 (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) - คาดการณ์ผลประกอบการมีโอกาสผันผวนสูง โดย บล.เคจีไอ ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 36.3% เหลือ 1.99 หมื่นล้านบาท (-35.6% YoY) ขณะที่ บล.กรุงศรี คาดงวด 2Q26F–3Q26F อาจพลิกขาดทุนต่อเนื่อง และคาดทั้งปี 2026F ขาดทุนสุทธิ -3.7 พันล้านบาท จากแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันพุ่งสูง (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี) - เริ่มเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสายการบินตะวันออกกลางที่กลับมาฟื้นตัวและออกโปรโมชั่นลดราคาในเส้นทางทับซ้อน ขณะที่อุตสาหกรรมสายการบินยังถูกกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) - ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ในเดือน เม.ย. ปรับตัวลดลง 8% YoY ขณะที่ยอดผู้โดยสารรวม 1Q26 อยู่ที่ 4.2 ล้านคน (-4% YoY) บ่งชี้ถึงความเสี่ยง Downside ของปริมาณผู้โดยสาร (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) - มีการปรับลดกำลังการผลิต (ASK) หรือปรับลดจำนวนเที่ยวบินลง โดยในเดือน พ.ค. ปรับลดลง 6% และ มิ.ย. ปรับลดลง 2% เพื่อเน้นรักษากำไรมากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) - ราคาต้นทุนน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ย (Jet Fuel) แม้จะเริ่มอ่อนตัวลงแต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยราคารายสัปดาห์อยู่ที่ 162.55 USD/bbl ซึ่งยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามที่อยู่ระดับ 99 USD/bbl (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส) - มีแรงกดดันจากการปลดล็อกหุ้นเพิ่มทุนที่จะเกิดขึ้นในเดือน สิงหาคม 2569 (บล.กรุงศรี) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |