ส่องกล้อง THAI : ส่องมุมมองโบรกฯ แผนรับมือช่วง Low Season จะได้ผลแค่ไหน?

รูป ส่องกล้อง THAI : ส่องมุมมองโบรกฯ แผนรับมือช่วง Low Season จะได้ผลแค่ไหน?

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ค. 69 15:14 น.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 พ.ค.69

ชื่อโบรก คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
บล.ทิสโก้ ซื้อ 9.60 บาท
บล.เอเซียพลัส Trading 7.00 บาท
บล.เคจีไอ ถือ 6.50 บาท
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ถือ 6.20 บาท
บล.พาย ถือ 5.70 บาท
บล.กรุงศรี Neutral 5.70 บาท
บล.บัวหลวง ทยอยสะสม -


สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 10,093 ล้านบาท (+3% YoY, +122% QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 9,035 ล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.เคจีไอ)

+ รายได้รวมใน 1Q26 อยู่ที่ 49,692 ล้านบาท ขยายตัว +6% QoQ หนุนโดย Passenger yield ที่เติบโตดีในเส้นทางยุโรป (บล.พาย, บล.บัวหลวง)

+ การปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสาร 12% - 20% ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel surcharge) ช่วยบรรเทาและชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นได้ (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้)

+ มีกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) ล่วงหน้าแล้ว โดยในงวด 2Q26 ทำไว้ 50% และช่วง 2H26 ทำไว้ 30% อีกทั้งส่วนต่างราคาน้ำมัน (Crack Spread) เริ่มแคบลง (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้)

+ แผนการขยายฝูงบินรับเครื่องบินใหม่ปีนี้ 28 ลำ (มีคืน 6 ลำ) ยังคงเป็นไปตามแผน คาดสิ้นปี 2569 ฝูงบินจะเพิ่มขึ้นเป็น 102 ลำ เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางบินใหม่และอุปสงค์ยุโรปที่แข็งแกร่ง (+16% YoY) (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้)

+ โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยมีสัดส่วน IBD/E อยู่ที่ 1.4 เท่า พัฒนาการดีขึ้นกว่าช่วง Pre-COVID ที่อยู่ระดับ 12.5 เท่า ช่วยรองรับความผันผวนได้ดีขึ้นและไม่มีปัญหาสภาพคล่อง (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)

+ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2026 ที่ 8.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสายการบินในภูมิภาคเอเชียที่ 11.0 เท่า อยู่ราว 30% สะท้อนแนวโน้มผลงานชะลอตัวใน 2Q26 ไปแล้ว (บล.บัวหลวง)

สรุปปัจจัยลบ- แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2Q26 - 3Q26 คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างมากตามปัจจัยฤดูกาล (Low Season) และมีอัพไซด์ที่จำกัดจนกว่าจะเข้าสู่ High Season ในไตรมาส 4 (บล.พาย, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้)

- คาดการณ์ผลประกอบการมีโอกาสผันผวนสูง โดย บล.เคจีไอ ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 36.3% เหลือ 1.99 หมื่นล้านบาท (-35.6% YoY) ขณะที่ บล.กรุงศรี คาดงวด 2Q26F–3Q26F อาจพลิกขาดทุนต่อเนื่อง และคาดทั้งปี 2026F ขาดทุนสุทธิ -3.7 พันล้านบาท จากแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันพุ่งสูง (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี)

- เริ่มเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสายการบินตะวันออกกลางที่กลับมาฟื้นตัวและออกโปรโมชั่นลดราคาในเส้นทางทับซ้อน ขณะที่อุตสาหกรรมสายการบินยังถูกกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)

- ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ในเดือน เม.ย. ปรับตัวลดลง 8% YoY ขณะที่ยอดผู้โดยสารรวม 1Q26 อยู่ที่ 4.2 ล้านคน (-4% YoY) บ่งชี้ถึงความเสี่ยง Downside ของปริมาณผู้โดยสาร (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)

- มีการปรับลดกำลังการผลิต (ASK) หรือปรับลดจำนวนเที่ยวบินลง โดยในเดือน พ.ค. ปรับลดลง 6% และ มิ.ย. ปรับลดลง 2% เพื่อเน้นรักษากำไรมากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)

- ราคาต้นทุนน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ย (Jet Fuel) แม้จะเริ่มอ่อนตัวลงแต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยราคารายสัปดาห์อยู่ที่ 162.55 USD/bbl ซึ่งยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามที่อยู่ระดับ 99 USD/bbl (บล.พาย, บล.เอเซียพลัส)

- มีแรงกดดันจากการปลดล็อกหุ้นเพิ่มทุนที่จะเกิดขึ้นในเดือน สิงหาคม 2569 (บล.กรุงศรี)

ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews


Related Topics

Reported by

Chutima Musikajaroen

Chutima Musikajaroen

International News Officer, efinanceThai