| BPP ปรับพอร์ตสู่ธุรกิจ Power+ รับดีมานด์พลังงานโลกเพิ่ม ในสหรัฐฯ ดีมานด์ไฟฟ้าพุ่งจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ลุยขยายลงทุนพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน ในสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น วางงบลงทุนรวมกลุ่มบ้านปู 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 5 ปี พัฒนาพลังงานแห่งอนาคต นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาด ERCOT สหรัฐฯ การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 14% ใน 9 เดือนแรกของปี 69 แรงหนุนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ คาดต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 78 - BPP จึงปรับโครงสร้างสู่กลุ่มธุรกิจ “Power+” เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ ขยายการลงทุนโครงการใหม่ เช่น BESS ในรัฐเท็กซัส - จุดแข็งธุรกิจผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้า CHP และ SLG ในจีน ยังสร้างกำไรต่อเนื่องจากการบริหารต้นทุนถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมผลิตไฟฟ้าในโครงการ Biomass Co-firing - โรงไฟฟ้า HPC ในลาว และ BLCP ในไทย ยังคงค่าความพร้อมจ่ายไฟสูง ครงการโซลาร์พร้อม BESS ในจีนคาดว่าจะ COD ในไตรมาส 3 ปี 69 - การขยายธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เดินหน้าขยายพอร์ตระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า - โครงการ Megamouth ในเท็กซัส ขนาด 100 เมกะวัตต์ คาด COD ปี 70 โครงการในญี่ปุ่นบางส่วนเริ่มเดินเครื่องแล้ว อีกหลายโครงการอยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อเปิดดำเนินการในปี 71 - ธุรกิจซื้อขายพลังงาน ในญี่ปุ่น มียอดขายไฟฟ้ารวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้กับลูกค้ากว่า 2,000 ราย ทั้งภาครัฐเอกชน - ในสหรัฐฯ ได้เริ่มทำธุรกิจ Power Trading อ้างอิงตลาด ERCOT ผ่านแพลตฟอร์ม ICE เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า - กลยุทธ์ลดคาร์บอนและการลงทุนใหม่ เดินหน้ากลยุทธ์ Decarbonization ผ่านโครงการดักจับกักเก็บคาร์บอน (CCS) “Cotton Cove” ในสหรัฐฯ จะ COD ครึ่งแรกปี 69 - ร่วมลงทุนผ่านบ้านปู เน็กซ์ เพื่อพัฒนา Net Zero Solutions เช่น โครงการโซลาร์รูฟท็อป 227 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ประเทศเวียดนาม - แผนควบรวมกับบ้านปู หลังผู้ถือหุ้นอนุมัติ BPP จะเริ่มกระบวนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านในไตรมาส 2/69 คาดควบรวมจะแล้วเสร็จไตรมาส 3/69 พร้อมตั้งบริษัทใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบในเอเชียแปซิฟิกสหรัฐฯ - กลุ่มบ้านปูวางงบลงทุนรวม 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 5 ปี เน้นลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ - โฟกัสการลงทุนปีนี้ คาด 20-25% ของงบลงทุนรวม 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ในกลุ่มธุรกิจ Power+ โฟกัสการลงทุนหลักในสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น - ความเสี่ยงจากสงคราม ประเมินสถานการณ์สงครามไม่กระทบโดยตรงต่อธุรกิจ ประเทศที่เข้าไปลงทุนไม่ได้อยู่ในพื้นที่สู้รบ โรงไฟฟ้าในไทย-ลาวยังมีซัพพลายเชื้อเพลิงมั่นคง - ผลกระทบต่อธุรกิจในแต่ละประเทศ ในจีนไม่ได้อ่อนไหวต่อสถานการณ์โลกมากนัก - ธุรกิจในสหรัฐฯ เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในรัฐเท็กซัส ซึ่งราคาก๊าซยังไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนญี่ปุ่นเป็นพลังงานหมุนเวียน - การบริหารความเสี่ยงพลังงาน แม้ราคาพลังงาน ซัพพลายเชนระยะสั้นยังไม่กระทบการดำเนินงาน บริษัทได้ตั้งคณะทำงานติดตาม ประเมินความเสี่ยงใกล้ชิด ต่อเนื่อง - แนวโน้มธุรกิจเทรดดิ้งมีทิศทางดีขึ้น - บทบาทถ่านหิน ระยะสั้นยังไม่มีแผนขยายธุรกิจถ่านหินเพิ่มเติม แต่อยู่ระหว่างหารือกับ กฟผ.กระทรวงพลังงาน เรื่องความต้องการไฟฟ้า ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ |