| ภาพรวมตลาดโลกฟื้นตัวในช่วงไทยหยุดเทศกาล . ภาพรวมการลงทุนยังคงคาดหวังต่อการเจรจายุติสงคราม : ภาพรวมตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวขึ้น แม้ในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. หลายตลาดในเอเชียปรับตัวลดลงประมาณ 1% เพราะผิดหวังผลการเจรจายุติสงครามที่ไม่ได้ข้อยุติ อย่างไรก็ตามตลาดยังคงมุมมองบวกต่อการเดินหน้าในเส้นทางสันติภาพจาก 1) คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้เห็นว่าทั้งคู่ยังอยู่ในภาพใหญ่ของการเจรจา 2) การตั้งข้อเรียกร้องที่สูงในการพบกันครั้งแรก เป็นปกติของการเจรจา 3) ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซซ้ำเพื่อกดดันอิหร่าน สามารถมองว่าเป็นการซื้อเวลา และเลี่ยงการใช้กำลังทางทหาร 4) ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งสัญญาณจะมีการเจรจารอบ 2 เร็วๆนี้ 4) สำนักข่าว AP รายงาน ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน เห็นชอบเบื้องต้นต่อการขยายกรอบเวลาหยุดยิง ที่จะครบกำหนด 22 เม.ย. . การเดินหน้าสู่สันติภาพ และผลประกอบการไตรมาส 1/69 หนุนตลาดช่วงสั้น แต่ยังคงมุมมองใช้เป็นจังหวะปรับลดน้ำหนักการลงทุน : เชื่อว่าการเดินหน้าสู่การเจรจาสันติภาพ จะยังเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงบรรยากาศเชิงบวกของตลาด ควบคู่ไปกับการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/69 โดยรวมที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง (ทั้งกลุ่มได้ผลดีจากสงคราม / กลุ่มได้ปัจจัยบวกจากฤดูกาล / กลุ่มอื่นๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น) ซึ่งจะเป็นบวกต่อภาพของตลาดในเดือนเม.ย. อย่างไรก็ตามเรามองการปรับขึ้นเป็นโอกาสในการปรับลดน้ำหนักการลงทุนลงบ้างจากความไม่แน่นอนของผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่จะเริ่มเห็นผลกระทบของสงคราม / ต้นทุน / การสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน ได้ชัดเจนขึ้น . ประเมินตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นจาก relief bounce : ตลาดหุ้นต่างประเทศ ส่วนใหญ่ฟื้นตัวในลักษณะผ่อนคลาย (relief bounce) โดยกลุ่มที่ฟื้นตัว คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบแรงจากสงครามในช่วงที่ผ่านมา อาทิ กลุ่มใช้น้ำมัน (สายการบิน / หุ้นขนาดเล็ก / หุ้นเทคโนโลยีที่ลดลงแรง เช่น quantum technology ที่ลดลง 20-30% YTD และกลุ่ม Software ที่ลดลงแรง) และกลุ่มที่ผลประกอบการดี กลุ่มการเงิน (Morgan Stanley/Citigroup/Bank of America/Goldman Sachs) ประเมินหุ้นไทยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบแรงในช่วงก่อนหน้ามีโอกาสฟื้นตัวเช่นกัน อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ (คาดทองแดงผ่านจุดสูงสุด), ค้าปลีก, อาหาร เน้นเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน// สำหรับหุ้นที่มักจะฟื้นดีหลังสงคราม ในระยะกลาง จะเป็นภาคบริการ เช่น ท่องเที่ยวและการแพทย์ . แนวรับ : 1,480-1,495 แนวต้าน : 1,520-1,540 จุด . สัดส่วนลงทุน : เงินสด 50% vs พอร์ตหุ้น 50% หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ) . • BH (190): กลุ่มการแพทย์มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีหลังภาวะขัดแย้ง/สงคราม ผู้ป่วยมีโอกาสเดินทางมาได้หลังหยุดยิง หรือเกิดสันติภาพ ตัดขาดทุน 165 บาท . • CPALL (50) : คาดรายงานกำไรไตรมาส 1/69 แข็งแกร่ง แม้จะโดนถ่วงจาก CPAXT จากกำลังซื้อรากหญ้าที่อ่อนแอตัดขาดทุน 46 บาท . • CPF (24) : คาดกำไรไตรมาส 1/69 แม้ต่ำกว่าปีก่อน แต่ยังฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ยืนยันการผ่าจุดต่ำสุด ราคาหมูทั้งไทยและเวียดนามปรับดีขึ้น ตัดขาดทุน 20 บาท . • DOHOME (4.20) : ยอดขายสาขาเดิมเร่งส่งสัญญาณดีขึ้นหลังแย่มา 2 ปี กลุ่มค้าปลีกที่มียอดค้าเหล็ก มีแนวโน้มได้แรงหนุนจากการเร่งสต็อคเหล็ก ตัดขาดทุน 3.28 บาท ประเด็นที่น่าสนใจ (รายละเอียดหน้า 2) . - IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกเหลือ 3.1% ปีนี้ และอาจแตะ 2% หากสงครามอิหร่านบานปลาย . - สหรัฐเผยดัชนี PPI +4.0% เดือนมี.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์ . - มีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจีนจะไม่ส่งอาวุธให้กับอิหร่าน หลังสหรัฐฯ ได้ทำปิดล้อมฮอร์มุซในช่วงก่อนหน้า . - อิหร่านขู่ปิดอ่าวเปอร์เซีย-โอมาน-ทะเลแดง หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเล . - มีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ-อิหร่านเล็งเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่ปากีสถานปลายสัปดาห์นี้ . - ญี่ปุ่นเตรียมทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยชาติอาเซียนรับมือวิกฤตราคาน้ำมัน . - IEA เตือนสงครามอิหร่านกระทบอุปสงค์น้ำมันหนักสุดนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 . - กองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมจนถึง 12 เม.ย. อยู่ที่ 10.4 ล้านคน ลดลง -2.65% yoy . - บทวิเคราะห์วันนี้ : SCC ปรับคำแนะนำขึ้น เป็น ถือ เป้า 234 บาท ปัจจัยที่ต้องติดตาม . 16 เม.ย. – CN GDP Growth Rate (1Q/26)/ US Initial Jobless claims . 21 เม.ย. – US ADP Employment Change Weekly . 22 เม.ย. – EIA Crude Oil Stocks Change นักกลยุทธ์ : กิจพณ ไพรไพศาลกิจ kitpon@uobkayhian.co.th กฤต ธนรัตนานนท์ krit@uobkayhian.co.th . ผู้ช่วยนักกลยุทธ์ ณัฐิดา ช่วยส่ง natthida@uobkayhian.co.th
|