IdeasLabs อัลกอริทึมใหม่บีบแบรนด์ – อินฟลูฯ รายได้หด มอง “Deep Influencer” รับจบ ตอบโจทย์แบรนด์ หนุนงบจ้างงาน Micro - Nano เพิ่มขึ้น 43%

รูป IdeasLabs อัลกอริทึมใหม่บีบแบรนด์ – อินฟลูฯ รายได้หด มอง “Deep Influencer” รับจบ ตอบโจทย์แบรนด์ หนุนงบจ้างงาน Micro - Nano เพิ่มขึ้น 43%

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 มี.ค. 69 15:38 น.


IdeasLabs อัลกอริทึมใหม่บีบแบรนด์ – อินฟลูฯ รายได้หด มอง Deep Influencer รับจบ ตอบโจทย์แบรนด์ หนุนงบจ้างงาน Micro - Nano เพิ่มขึ้น 43% ล่าสุดเปิดแพลตฟอร์ม Kolaxy สร้างโอกาสคนตัวเล็กรับงาน Deep Content

● IdeasLabs ชี้เทรนด์อุตสาหกรรม Influencer Marketing ไทยกำลังขับเคลื่อนสู่ “Deep Influencer” แก้ปัญหา “ต้นทุนแฝง” จากระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างชาติ

● ตลาด Influencer Marketing ไทยมีมูลค่าราว 45,000 ล้านบาทต่อปี และยังเติบโตต่อเนื่อง ล่าสุดพบกลุ่ม “Deep
Influencer” มีอัตราการจ้างงานจากแบรนด์สูงถึง 43% แม้มีผู้ติดตามไม่มากแต่เป็นกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้มีระดับ Engagement และความน่าเชื่อถือสูงกว่า

● ชี้ช่องคนไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ ผ่านแพลตฟอร์ม Kolaxy เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน Creator Economy ไทยหนุน “Deep Influencer” กำลังเท

นายธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) กล่าวว่า อุตสาหกรรม Influencer Marketing ทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าราว 32.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเติบโตต่อเนื่องตามเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ตลาดในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นในฐานะเครื่องมือหลักของการสื่อสารการตลาดของแบรนด์หลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการเติบโตดังกล่าวกำลังเผชิญ “ความท้าทายเชิงโครงสร้าง” โดยเฉพาะการแข่งขันของครีเอเตอร์ที่รุนแรงขึ้น และการพึ่งพาอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างชาติ ซึ่งเป็นตัวกำหนดการมองเห็นคอนเทนต์ ส่งผลให้ทั้งแบรนด์และครีเอเตอร์ต้อง “ลงทุนเพิ่ม” เพื่อรักษาระดับการเข้าถึงเท่าเดิม

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบทั้งอุตสาหกรรม โดยในฝั่งครีเอเตอร์ ปัญหาสำคัญคือ “ต้นทุนแฝง” ที่ค่อย ๆ ลดทอนรายได้สุทธิ ไม่ว่าจะเป็นการถูกแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ไปจนถึงแรงกดดันจากอัลกอริทึมที่บังคับให้ต้องผลิตคอนเทนต์ถี่ขึ้น เร็วขึ้น และตรงเงื่อนไขมากขึ้น ตัวอย่างเช่น YouTube แบ่งรายได้ให้ครีเอเตอร์ 55% สำหรับวิดีโอแบบยาว และ 45% สำหรับ Shorts ขณะที่แพลตฟอร์มอื่นอย่าง Instagram และ TikTok ก็มีเงื่อนไขและต้นทุนทางอ้อมที่ทำให้รายได้ “ขึ้นอยู่กับระบบ” มากกว่าผลลัพธ์จากแรงงานเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์คือ ครีเอเตอร์ต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากขึ้นในการผลิตคอนเทนต์ แต่รายได้ต่อชิ้นงานไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม และในบางกรณีกลับลดลง หากไม่สามารถรักษา Reach หรือเข้าเงื่อนไขการสร้างรายได้ของแพลตฟอร์มได้

ด้านแบรนด์เองก็เผชิญต้นทุนแฝงในลักษณะเดียวกัน โดยไม่ได้มีเพียงค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์หรือค่าโฆษณา แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อเร่งการมองเห็นและยอดขาย เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมระบบชำระเงิน ค่าโปรโมชัน และงบโปรโมตเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วอาจกระทบต่ออัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมตลาดวันนี้คือ ทั้งแบรนด์และครีเอเตอร์ต้องลงทุนมากขึ้น แต่ผลตอบแทนไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

นายธนดลกล่าวเสริมว่า แนวโน้มดังกล่าวกำลังผลักให้ตลาดปรับโฟกัสจากการ “ซื้อ Reach” ไปสู่การสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ตรงกลุ่มเป้าหมาย และสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง มากกว่าการวัดกันด้วยยอดวิวเพียงอย่างเดียว จากสัญญาณดังกล่าวทำให้แบรนด์และครีเอเตอร์จำนวนมากที่ทำงานกับ IdeasLabs เริ่มปรับตัวไปสู่ เทรนด์ตลาดรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากการใช้ Influencer ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ไปสู่ “Deep Influencer” หรือผู้สร้างคอนเทนต์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสนใจเฉพาะทางในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่แม้ว่าครีเอเตอร์กลุ่มนี้จะไม่ได้มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่ผู้ติดตามกลับเป็นกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้มีระดับ Engagement และความน่าเชื่อถือสูงกว่า

ปัจจุบัน Nano และ Micro Influencer ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของระบบครีเอเตอร์ในตลาดที่มีกว่า 9 ล้านคน กำลังกลายเป็นกำลังสำคัญของการสื่อสารแบรนด์ โดยเฉพาะในหมวดหมู่ไลฟ์สไตล์ แฟชั่นและความงาม สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และเทคโนโลยีและสินค้าไลฟ์สไตล์ ในส่วนของ IdeasLabs ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่าย KOL และครีเอเตอร์ที่ทำงานร่วมกันจริงมากกว่า 20,000 คน พร้อมฐานข้อมูล Influencer และ Creator มากกว่า 200,000 รายชื่อ และระบบที่สามารถค้นหา Influencer ได้มากกว่า 1 ล้านบัญชี ในหลายหมวดหมู่ ในจำนวนนี้เป็นกลุ่ม “Deep Influencer” และเป็นกลุ่มที่มีอัตราการได้รับงานจากแบรนด์สูงถึง 43% เมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมด


“ผู้บริโภคยุคนี้มีภูมิคุ้มกันต่อโฆษณาสูงมาก พวกเขาไม่ได้เชื่อรีวิวทั่วไปอีกต่อไป แต่จะเชื่อคนที่มีประสบการณ์จริงและเข้าใจสินค้านั้นอย่างลึกซึ้ง นี่คือเหตุผลที่ Deep Influencer จะกลายเป็นเทรนด์สำคัญของตลาด” นายธนดล กล่าวว่า

ทั้งนี้ IdeasLabs ได้ติดตามเทรนด์และการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด นำมาสู่การพัฒนา Kolaxy และระบบ SD Team แพลตฟอร์มที่จะช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างของอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วไป เช่น พนักงานออฟฟิศ นักศึกษา หรือพนักงานในโรงงาน ที่มีประสบการณ์ใช้สินค้าจริง สามารถเข้ามาสร้างคอนเทนต์รีวิวสินค้าในรูปแบบ User Generated Content (UGC) แนวคิดนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงรีวิวที่มีความจริงใจและน่าเชื่อถือ พร้อมลดต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้ที่ www.ideaslabs.co.th


ในขณะที่ Kolaxy แพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็น จักรวาลของ KOL และ Influencer โดยใช้ระบบ AI และ Big Data Analytics เพื่อทำหน้าที่จับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น ความสนใจของผู้ติดตาม ลักษณะคอนเทนต์ และพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อให้แบรนด์สามารถเลือก Influencer ที่สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด และลดต้นทุนจากการใช้ตัวกลางหลายขั้นตอน

“ตลาด Influencer Marketing จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยยอดวิวเพียงอย่างเดียว แต่จะขับเคลื่อนด้วย Community และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ครีเอเตอร์เติบโตได้อย่างยั่งยืน เม็ดเงินในอุตสาหกรรมนี้ก็จะหมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจไทย และสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนจำนวนมาก เป้าหมายของ IdeasLabs ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นเอเจนซี่การตลาด แต่ต้องการสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ให้กับอุตสาหกรรม Creator Economy ของประเทศไทย” นายธนดล กล่าวว่า


Related Topics

Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ