บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/04/69

รูป บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/04/69

efinAI


Today Selections>> AMATA, COM7, MTC.
Stock S R Comment

AMATA 20.80 21.50 ปักธงยอดขายที่ดินรวมปี 2569 ไว้ที่ 2,800 ไร่
COM7 22.00 23.00 รวมถึงสินค้าใหม่ MacBook Neo ที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก
MTC 31.00 33.00 ตลาดคาดกำไร 1Q69 ยังทำ New High

Our view on Moody's rating outlook change

• SET : คาด SET Index แกว่งซึมตัวต่อไป แม้จะมีปัจจัยหนุนด้าน Sentiment บ้างจากรายงานการปรับเพิ่มแนวโน้มเครดิตของไทยล่าสุด (รายละเอียดด้านล่าง) แต่หากดูจาก Reaction ของเงินบาทและ Proxy ตลาดทุนไทยต่างๆ เมื่อคืนนี้ มองไม่เห็นผลกระทบอย่างสำคัญนัก

• Middle East : ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศ ยังคงต้องจับตากันต่อไปยังพัฒนาการระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังเมื่อคืนนี้ ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปโดยไม่มีกำหนด ก่อนที่ข้อตกลงเดิมจะหมดอายุเพียงหนึ่งวัน ในระหว่างนี้ สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเป็นสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ปัจจัยดังกล่าวยังคงมีความไม่ชัดเจนต่อไป

• Tourism : ในฝั่งของบ้านเรานั้น เริ่มเห็นผลกระทบของวิกฤติพลังงานผ่านช่องทางภาคการท่องเที่ยว โดยรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประจำสัปดาห์ล่าสุดปรับตัวลดลง 25% จากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 4.65 แสนคน แม้จะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้หลังผ่านพ้นช่วงเดินทางเทศกาลสงกรานต์ แต่ต้องยอมรับว่าจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม YTD ปีนี้ที่ 10.8 ล้านคน (-3.3% YoY) เมื่อมาประกอบกับแนวโน้มราคาบัตรโดยสารที่สูงขึ้น และแผนการชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Middle East และ Europe มีโอกาสทำให้เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ของหน่วยงานต่างๆ ที่ราว 35 ล้านคนถูกท้าทายมากขึ้น ประเมินกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่ว่าจะเป็น สนามบิน สายการบิน หรือโรงแรม ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการลงในช่วงถัดไป จึงแนะนำให้ 'Underweight' ต่อไปเช่นเดิม

• Moody's : บริษัทจัดอันดับ Moody's Ratings ประกาศปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยเป็น “คงที่” จากเดิม “เชิงลบ" พร้อมกันนี้ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกตราสารทั้งสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินท้องถิ่นที่ระดับ Baa1 การปรับแนวโน้มเป็น “คงที่” สะท้อนมุมมองความเสี่ยงด้านลบจากแรงกระแทกด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่รุนแรงและยืดเยื้อได้ลดลง แม้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกดดันการเติบโตของไทยและเพิ่มภาระหนี้ภาครัฐ แต่ระดับความเสี่ยงดังกล่าวโดยรวมยังใกล้เคียงกับประเทศที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน ขณะที่แรงส่งของการลงทุนที่ปรับดีขึ้นช่วยลดความเสี่ยงที่การเติบโตระยะยาวของไทยจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีเสียงข้างมากในรัฐสภาหลังการเลือกตั้ง ช่วยลดความผันผวนทางการเมือง และเพิ่มโอกาสในการดำเนินนโยบายปฏิรูปในระยะต่อไป ซึ่งจะสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตและช่วยให้ฐานะการคลังปรับดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

• Our take : จากรายงานของ Moody's ที่ออกมา พอจะสรุปใจความสำคัญพร้อมมุมมองได้ดังนี้

.   1) การปรับแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ “คงที่” จากเดิม “เชิงลบ" ที่เคยให้ไว้เมื่อช่วง Liberation day เดือนเมษายนปีก่อน เกิดจากผลกระทบทางด้านปัจจัย U.S. Tariff ที่ลดลงจากสมมติฐานเดิมเป็นสำคัญ
.  2) Moody's ยังมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อภาคการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน โดยอ้างอิงถึงมูลค่าคำขออนุมัติการลงทุน (BOI) ที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีก่อน พร้อมกับการลงทุนจริงที่ปรับตัวดีขึ้น
.   3) นอกจากนั้น ปัจจัยเสถียรภาพทางการเมืองที่แข็งแกร่งหลังจากการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ก็มีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทาง Moody's เพิ่มขึ้นอีกด้วย
.   4) ทั้งนี้ เราไม่แน่ใจว่าการพิจารณาครั้งนี้ ที่ Moody's กล่าวว่า “ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกดดันการเติบโตของไทยและเพิ่มภาระหนี้ภาครัฐ แต่ระดับความเสี่ยงดังกล่าวโดยรวมยังใกล้เคียงกับประเทศที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน” อ้างอิงอยู่บนสมมติฐานราคาน้ำมันที่ระดับใด และยาวนานขนาดไหน จึงถือเป็นปัจจัยที่อาจยังสร้างความไม่แน่นอนในอนาคตได้อยู่
.   5) มุมมองต่อการลงทุน : คาดว่าการประกาศของ Moody's นี้อาจทำให้นักลงทุนในตลาดพันธบัตรไทยคลายความกังวลต่อความเสี่ยงในเรื่องของ Potential downgrade ได้บ้าง ส่วนมุมมองของ Moody's ต่อการลงทุนภาคเอกชนที่ดีขึ้นนั้น สอดคล้องกับมุมมองของเรา โดยเฉพาะการขออนุมัติการลงทุนจากต่างประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จริง (รูปที่ 1) มองเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมซึ่งยังคงเป็น Top pick ของเราในช่วงนี้ต่อไป (AMATA, WHA)

แนวรับ 1,471 แนวต้าน 1,493

บทวิเคราะห์วันนี้ :

• SCB (ถือ ราคาเป้าหมาย 135 บาท) กำไร 1Q69 ใกล้เคียงคาด
• KTB (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 34 บาท) กำไร 1Q69 ดีกว่าคาดจาก Non-NII
• BBL (ซื้อเมื่ออ่อนตัว 173 บาท) กำไร 1Q69 ดีกว่าคาด จาก Non-NII และ OpEx


Today’s Event :

• AIT XD 0.21 บาท
• BBL XD 8.00 บาท
• HMPRO XD 0.22 บาท
• PSL XD 0.10 บาท
• SSP XD 0.12 บาท
• TACC XD 0.21 บาท
• PLE ลูกหุ้นเข้า 385,038,000 หุ้น
• VIBHA ลูกหุ้นเข้า 8 หุ้น


นักวิเคราะห์ :
ณัฐชาต เมฆมาสิน, CFA, FRM
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 031379
nuttachart@ trinitythai.com


Reported by

Phranorm Barker

Phranorm Barker

International News Officer, efinanceThai